Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 24-09-2569 (งบแบงก์ไตรมาส 3/69 อาการน่าเป็นห่วง!)

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของไตรมาส 3/69 กันแล้ว โดยหนึ่งในกลุ่มหุ้นที่นักลงทุนเริ่มจับตากันมากขึ้นก็คือ “หุ้นแบงก์” เพราะกำลังจะเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ ซึ่งตัวเลขที่ออกมาน่าจะสะท้อนภาพเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีได้ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยล่าสุด บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ประเมินแนวโน้มกำไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 3/69 ไว้ที่ประมาณ 6.4 หมื่นล้านบาท ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
หากดูเป็นรายธนาคารจะเห็นว่าแนวโน้มยังมีความแตกต่างกันพอสมควรดังนี้
-BAY คาดมีกำไร 8,328 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% QoQ แต่ลดลง 5.2% YoY,
-BBL 10,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% QoQ แต่ลดลง 23.6% YoY,
-KBANK 12,203 ล้านบาท ลดลง 7.9% QoQ และ 6.2% YoY,
-KKP 1,925 ล้านบาท ลดลง 9.3% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 15.3% YoY
-KTB คาดมีกำไร 12,121 ล้านบาท ใกล้เคียงไตรมาสก่อน แต่ลดลง 17.1% YoY,
-SCB 11,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% QoQ แต่ลดลง 3.6% YoY,
-TISCO 1,780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% QoQ และ 2.9% YoY
-TTB อยู่ที่ 5,448 ล้านบาท ลดลง 1.2% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 2.8% YoY
พูดง่ายๆ คือ ภาพรวมกำไรของกลุ่มธนาคารอาจยังไม่ได้โดดเด่นหวือหวา แต่ก็ไม่ได้แย่ไปเสียทั้งหมด เพราะ KKP, TISCO และ TTB ยังสามารถเติบโตได้เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่บางแห่งยังต้องรับแรงกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM
แต่ประเด็นที่เจ๊จิ๋มมองว่าน่าสนใจไม่แพ้ตัวเลขกำไร คือเรื่อง “Credit Cost” โดยคาดว่าจะลดลงทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 1.31% จาก 1.60% ในไตรมาส 3/68 และ 1.43% ในไตรมาส 2/69
สาเหตุสำคัญมาจากหลายธนาคารได้ตั้งสำรองพิเศษไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี เพื่อรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ผลกระทบจริงในช่วงครึ่งปีแรกไม่ได้รุนแรงอย่างที่เคยกังวล จึงมีโอกาสเห็นการผ่อนคลายของการตั้งสำรองในช่วงครึ่งปีหลัง โดย UOB Kay Hian ยังประเมินว่า NPL Ratio ของกลุ่มจะทรงตัวที่ประมาณ 3.1% ในไตรมาส 3/69 ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ลงได้ในระดับหนึ่ง
สอดคล้องกับบทวิเคราะห์จากหลายสำนัก โดย บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ CGSI มองว่าความต้องการสินเชื่อในไตรมาส 3/69 จะนำโดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อที่อยู่อาศัย บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล สะท้อนการฟื้นตัวแบบเลือกกลุ่ม หรือ Selective มากกว่าการเติบโตแบบกระจายตัวในวงกว้าง
ขณะที่ บล.กสิกรไทย มองว่าทิศทางดอกเบี้ยจะส่งผลต่อธนาคารแต่ละแห่งแตกต่างกัน โดย TTB, TISCO และ KKP ซึ่งมีโครงสร้างสินเชื่อดอกเบี้ยคงที่หรือมีฐานเงินฝากประจำสูง จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า ส่วน KBANK, KTB และ BBL ยังคงเป็นหุ้นที่ต้องจับตาจากขนาดธุรกิจและโครงสร้างกำไร
ด้าน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ยังคงให้น้ำหนัก Overweight ต่อกลุ่มธนาคาร โดยมองว่ากลุ่มยังมีจุดแข็งจากฐานะการเงินที่มั่นคงและความชัดเจนของกำไร พร้อมเลือก KTB เป็นหุ้นเด่นจากระดับเงินปันผลและคุณภาพสินทรัพย์ที่น่าสนใจ ส่วน บล.กรุงศรี ก็ให้น้ำหนัก Overweight เช่นกัน โดยมองว่าการเร่งลงทุนของภาครัฐจะช่วยหนุนความต้องการสินเชื่อ ขณะที่ธุรกิจ Wealth Management มีโอกาสเข้ามาช่วยชดเชยแรงกดดันจากค่าธรรมเนียมแบบเดิม โดยยก KBANK และ KTB เป็นหุ้นเด่น
เมื่อเอามุมมองจากหลายโบรกเกอร์มาประกอบกัน ภาพของหุ้นธนาคารในไตรมาส 3/69 จึงอาจไม่ได้อยู่ที่เรื่อง “กำไรโตแรง” เป็นหลัก แต่อยู่ที่การดูว่ากำลังจะผ่านช่วงที่ยากที่สุดไปแล้วหรือไม่ เพราะแม้รายได้ดอกเบี้ยและ NIM ยังมีแรงกดดัน แต่ Credit Cost ที่มีแนวโน้มลดลง รวมถึง NPL ที่คาดว่าจะทรงตัว ก็ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยประคองกำไรของกลุ่มได้
อย่างไรก็ตาม...เจ๊จิ๋มมองว่าสิ่งที่ตลาดกำลังจับตาจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลขกำไรไตรมาส 3/69 แต่คือสัญญาณว่า “กำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง” เพราะหาก Credit Cost ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังควบคุมได้ และแรงกดดันต่อ NIM เริ่มผ่อนคลาย หุ้นธนาคารก็มีโอกาสกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง งานนี้คงต้องรอดูตัวเลขจริงที่จะทยอยประกาศออกมากันต่อไปเจ้าค่ะ