โบรกฯเฉลย 4 กลุ่มหุ้นได้ประโยชน์ รับ Fitch ปรับมุมมองไทยเป็น Stable ลุ้นเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทย

โบรกฯ คาด ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับ Outlook ไทย เป็น Stable คงเครดิต BBB+ หนุนปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย พร้อมชู 4 กลุ่มหุ้น ธนาคาร ไฟแนนซ์ โรงไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ จ่อรับประโยชน์
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า Fitch ได้ปรับ Outlook ไทยจาก Negative เป็น Stable คงเครดิต BBB+ ด้วยรัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ลดลงเป็นปัจจัยหนุนความต่อเนื่องของนโยบาย
ขณะที่หนี้รัฐบาลต่อ GDP ในปีงบประมาณ 2028 จะอยู่ต่ำกว่า 63% จากคาดการณ์เดิมที่ 65% จากผลการดำเนินงานทางการคลังที่ดีกว่าคาด ประกอบกับเศรษฐกิจยังขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ Fitch มอง GDP ไทยปีนี้เติบโตในระดับ 2.3% ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 2.4% โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center รวมถึงการบริโภคในประเทศที่ได้รับแรงหนุนจากมาตรการรัฐ
สำหรับกลุ่มหุ้นที่จะได้รับประโยชน์ กลุ่มธนาคาร กลุ่มไฟแนนซ์ ที่มีโอกาสฟื้นตัวตามกลุ่มธนาคาร, กลุ่มโรงไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินการลงทุนกับ AI และ Data Center ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต
ทั้งนี้ ถือเป็นปัจจัยบวกต่อ SET Index โดยภาพรวม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และไฟแนนซ์ที่มักตอบรับเชิงบวกได้ดีในช่วงที่ Credit Rating Agency ปรับ Outlook ประเทศไทยขึ้น เพราะจะทำให้ต้นทุนทางการเงินในการปล่อยสินเชื่อลดต่ำลง
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า Fitch Rating ได้ปรับมุมมองประเทศไทยจาก Negative เป็น Stable แต่ยังคง Credit Rating ไว้ที่ BBB+ เป็นเพราะรัฐบาลสามารถรักษาหนี้สิน / GDP ไม่เกิน 70% และไทยก็สามารถรับมือกับวิกฤตพลังงานได้ พร้อมกับการลงทุนเอกชนที่เติบโตแข็งแกร่งรับประโยชน์จาก Data Center
โดยมองดีกับกลุ่มนิคมฯ ประเมิน SET กรอบ 1,575 – 1,600 จุด เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเป็นจิตวิทยาเชิงบวก ระยะสั้นอาจเลือก Trading ใน กลุ่ม TECH (DELTA, HANA, KCE) กลุ่ม Value Play (BBL, KTB, KBANK, SCB, KKP, CPN) กลุ่มค้าปลีก (BJC, CPALL, HMPRO) กลุ่มท่องเที่ยว (AOT, CENTEL, MINT) พร้อมรอติดตามการนำนโยบายไทยช่วยไทยพลัสต่ออายุ