จับตา! ตลท. หวนใช้เกณฑ์ Short Sell โบรกฯ คาด SET อาจผันผวนสั้นๆ เชื่อมูลค่าหุ้น-เงินปันผลช่วยค้ำดาวน์ไซด์

โบรกฯ คาดตลท.กลับมาให้ Short Sell ได้ ตามเกณฑ์ Zero-Plus Tick ตั้งแต่ 16 พ.ย. นี้ อาจทำให้ตลาดผันผวนเพียงระยะสั้นๆ เชื่อมูลค่าพื้นฐานและเงินปันผลจะคอยจำกัดดาวน์ไซด์
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า ตลท. จะกลับมาให้ Short Sell ตามเกณฑ์ Zero-Plus Tick ตั้งแต่ 16 พ.ย. หลังจากใช้ Uptick มาตั้งแต่ 1 ก.ค. 2567 โดยให้เหตุผลว่าการเคลื่อนไหวของ SET Index กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ซึ่งเกณฑ์ใหม่ของ Zero-Plus Tick ยังเปิดโอกาสให้ใช้ Uptick ได้ หากราคาหุ้นวันก่อนหน้าปิดปรับตัวลงเกิน 10%
โดยจากการศึกษาข้อมูลในอดีตช่วงที่ ตลท. เปลี่ยนจาก Uptick เป็น Zero-Plus Tick ครั้งล่าสุด คือ 1 ต.ค. 2562 หลังจากเริ่มใช้ Uptick เพื่อลดความผันผวนขาลงในช่วง COVID-19 ระบาดตั้งแต่ มี.ค. 2562 พบว่ายอด Short Sell เฉลี่ยต่อวันในช่วง 10 วันหลัง
จากกลับมาใช้ Zero-Plus Tick เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ย 10 วันก่อนปรับมาตรการราว 3 เท่าตัว จากเฉลี่ย 635 ล้านบาทต่อวัน เป็นเฉลี่ย 2 พันล้านบาทต่อวัน และสัดส่วนยอด Short Sell เฉลี่ยเมื่อเทียบกับมูลค่าการซื้อขายบนกระดานหลักเพิ่มขนึ้ จาก 1.3% เป็น 3.9% ตามลำดับ
ขณะที่ SET และ SET50 ปรับตัวขึ้นราว 1% ในช่วง 10 วันหลังปรับมาตรการ แต่ถ้าเทียบกับ MSCI Emerging Market และ MSCI Asia ex. Japan ที่ปรับตัวขึ้น 5% ในช่วงเวลาเดียวกัน ถือว่า SET และ SET50เคลื่อนไหว Underperform ภูมิภาคราว 4% และถ้าพิจารณาในช่วงเวลาที่ยาวขึ้น เพื่อดูว่าตลาดหุ้นไทยจะกลับมาเคลื่อนไหวตามปกติใกล้เคียงภูมิภาคได้เมื่อไหร่
พบว่าช่วง 20 วันทำการยัง Underperform อยู่ราว 6% - 8% แต่เมื่อผ่านช่วง 30 วันทำการไปแล้ว SET และ SET50 จะฟื้นกลับเร็วแล้วมาเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับภูมิภาค ซึ่งช่วงนั้นได้แรงหนุนจากความกังวลด้าน COVID-19 ที่คลายตัวลงพอดี
เพราะฉะนั้น รอบนี้ที่จะกลับมาใช้Zero-Plus Tick ตั้งแต่ 16 พ.ย. คาดว่าพฤติกรรมของตลาดจะไม่ต่างกัน คือ มูลค่า Short Sell เฉลี่ยต่อวันมีโอกาสปรับตัวขึ้น 3 เท่า จากปัจจุบัน 4%-5% ของมูลค่าการซื้อขายบนกระดานหลัก ไปเป็น 12%-13% หรือราว 5-6 พันล้านบาท ต่อวันใกล้เคียงช่วงก่อนใช้ Uptick
ส่วนผลกระทบของ SET50 คาดว่าจะไม่แย่เหมือนอดีตเพราะปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยดูดีขึ้นจากกำไรสุทธิ และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ รวมถึงผลตอบแทนจากเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงเป็นอันดับต้นๆของภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้กังวลกับการใช้ Zero-Plus Tick มากนัก เพราะผลกระทบเชิงลบตามข้อมูลในอดีตเกิดขึ้นช่วงสั้นๆเพียง 2 สัปดาห์ และรอบนี้กำไรบริษัทจดทะเบียนกำลังแข็งแรง จึงมีปัจจัยด้านมูลค่าพื้นฐานและเงินปันผลคอยจำกัดดาวน์ไซด์แต่ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน ช่วงสัปดาห์แรกที่เริ่มใช้ Zero-Plus Tick คาดว่าหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่อยู่นอกตะกร้า Short Sell จะเคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาด จึงแนะนำ Trading ใน INSET, PYLON, RBF.SCAP, SINGER, SMT, SSP เป็นต้น
ยอดนิยม
หุ้นนิคมฯ-โรงไฟฟ้าไทยส้มหล่น ได้อานิสงส์บวกรับ Data Center หลังดาต้าเซนเตอร์ที่สหรัฐฯ อาจโดนระงับ
ตลาดหุ้นไทยขาลงยังไม่จบ! หลังต่างชาติขายชอร์ต TFEX 7 วันติด เหตุหุ้นไทยเสน่ห์เริ่มน้อยลง
จับตา! ตลท. หวนใช้เกณฑ์ Short Sell โบรกฯ คาด SET อาจผันผวนสั้นๆ เชื่อมูลค่าหุ้น-เงินปันผลช่วยค้ำดาวน์ไซด์