Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 15-09-2569 (โอกาสทองหุ้น AI ของไทย ทุนต่างชาติไหลสู่ “โครงสร้างพื้นฐาน”)


15 กันยายน 2569

โอกาสทองหุ้น AI ของไทย_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ) copy_0.jpg

ช่วงนี้ถ้าใครยังมองเรื่อง AI ว่าเป็นเพียงเรื่องของชิปประมวลผลหรือซอฟต์แวร์อัจฉริยะ เจ๊อยากให้ลองขยับมุมมองออกไปอีกนิด เพราะโลกของ AI กำลังเดินเข้าสู่อีกขั้นที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ทุกคนสนใจว่า “ใครผลิตชิป” กำลังกลายเป็นคำถามว่า “อะไรจะทำให้ชิปเหล่านั้นทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ”

เพราะเมื่อ AI ใหญ่ขึ้น สิ่งที่ต้องใหญ่ตามไม่ใช่แค่ชิป แต่รวมถึง Data Center ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน ระบบรับส่งข้อมูล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่รอบๆ ทั้งหมด เรียกได้ว่า AI โตเมื่อไร คนทำงานหลังบ้านก็ต้องเหนื่อยตามไปด้วย เหตุผลก็ไม่ซับซ้อน เพราะ AI ยิ่งฉลาด ก็ยิ่งกินไฟ...แปลเป็นภาษาง่ายๆ ก็คือ ต่อให้มีชิปที่เก่งแค่ไหน ถ้าไฟไม่พอ ระบบระบายความร้อนไม่ไหว หรือส่งข้อมูลไม่ทัน ชิปก็แค่สิ่งของที่ตั้งอยู่บนชั้นวางเท่านั้นเอง

สำหรับตลาดหุ้นไทย ตัวแรกที่น่าสนใจหนีไม่พ้นคือ DELTA เพราะบริษัทมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับระบบจ่ายไฟและระบบระบายความร้อนสำหรับ Data Center โดยตรง ทั้ง Power Supply และ Liquid Cooling และยิ่งกำลังไฟต่อแร็กเพิ่มขึ้นเท่าไร ระบบระบายความร้อนก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น

กูรูหุ้นบอกว่าจุดที่น่าสนใจของ DELTA คือการเพิ่มกำลังการผลิตระบบ Liquid Cooling ในเชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับความต้องการ Data Center ที่ใช้พลังงานสูงขึ้น  อีกทั้งมองว่าอุปสงค์จาก AI และ Data Center และยกให้ DELTA เป็นหนึ่งในหุ้นหลักที่ได้รับประโยชน์จากการเพิ่มงบลงทุน AI ทั่วโลก

ส่วนอีกตัวที่เจ๊เห็นว่าน่าสนใจไม่แพ้กันคือ HANA กำลังขยับเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และ AI มากขึ้น กับถูกมองว่า HANA เป็น AI-proxy ตัวใหม่ของตลาดหุ้นไทย และคาดว่าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งจะเริ่มเข้าสู่สายการผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของบริษัท

ส่วน KCE แม้ไม่ได้ผลิตชิปโดยตรง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะตกขบวน เพราะระบบ AI Server ที่ซับซ้อนขึ้นย่อมต้องใช้ PCB คุณภาพสูงและรองรับการออกแบบที่ซับซ้อนมากขึ้น มีการประเมินว่า KCE มีโอกาสได้รับประโยชน์จากวัฏจักรขาขึ้นของเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงภาวะอุปทาน PCB ที่ตึงตัว ซึ่งมีโอกาสช่วยให้ราคาขายปรับตัวดีขึ้นและหนุนการฟื้นตัวของกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569

ขณะที่ SMT ก็มีจุดน่าสนใจจากการเปลี่ยนผ่านระบบรับส่งข้อมูลไปสู่ Optical Connectivity ส่วน CCET ก็ได้ประโยชน์จากความต้องการ Storage ทั้ง HDD และ SSD ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณข้อมูลมหาศาลจากการประมวลผลของ AI

เรียกได้ว่า AI หนึ่งชุดไม่ได้สร้างงานให้แค่คนขายชิป แต่ลากยาวไปถึงคนทำ PCB คนทำ Storage คนทำระบบระบายความร้อน และคนจัดการระบบไฟฟ้าเลยทีเดียว

แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เพราะถ้า Data Center จะเกิดขึ้นจำนวนมาก และในประเทศไทยมีบริษัทในตลาดหุ้นที่ทำเกี่ยวกับตรงนี้โดยตรงคือ INSET มองข้ามไปไม่ได้เด็ดขาด!!! แว่วๆ มาว่าโปรเจ็กหลั่งไหลมาแบบทะลักเลย

และมีสิ่งที่ต้องมีควบคู่กันก็คือ “ที่ดิน ไฟฟ้า และสาธารณูปโภค”ตรงนี้เองที่ WHA และ AMATA เข้ามามีบทบาท เพราะการลงทุน AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกจะเป็นแรงส่งให้เกิดทุนต่างชาติระลอกใหม่เข้าสู่ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ PCB และ Advanced Electronics ทำให้ความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมจะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของ Data Center เพราะธุรกิจประเภทนี้ใช้ไฟฟ้าและน้ำสูงกว่าโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปถึงประมาณ 12–16 เท่า ฉะนั้นรายได้ของนิคมฯ จึงไม่ได้จบลงแค่วันที่ขายที่ดินได้ แต่ยังมีรายได้จากสาธารณูปโภคตามมาในระยะยาวด้วย

เรื่องนี้ถ้ามองผ่านตัวเลขทุนต่างชาติก็ยิ่งเห็นภาพ เพราะข้อมูลจากกสิกรไทยระบุว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ไทยมียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อน ขณะที่ทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 80% มาอยู่ที่ 1.36 ล้านล้านบาท โดยมีอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์เป็นกลุ่มสำคัญ

พูดง่ายๆ ว่า AI กำลังสร้างงานให้กับคนรอบตัวมันเองตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

ส่วนปี 2570 หากกระแสทุนต่างชาติและการลงทุน Data Center ยังเร่งตัวขึ้น เจ๊เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยอาจไม่ได้เห็นแค่ “หุ้น AI” แต่จะเริ่มเห็นภาพของ “AI Ecosystem” ชัดขึ้นเรื่อยๆ

บริษัทที่อยู่ถูกจุดก็มีโอกาสรับอานิสงส์ หรือ ที่จำเป็นต่อระบบก็มีโอกาสได้คำสั่งซื้อ และบริษัทที่มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อม ก็มีโอกาสรับเงินลงทุนระยะยาว เพราะถึงแม้ชิปจะเป็นสมองของ AI แต่ไฟฟ้า Data Center ระบบระบายความร้อน สายสื่อสาร PCB Storage และนิคมอุตสาหกรรม ก็คือร่างกายที่ทำให้สมองนั้นทำงานได้

และถ้า AI ยังโตต่อแบบนี้ ประเทศไทยก็มีโอกาสได้เห็นเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องกันเลยทีเดียว