Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 10-09-2569 (เตรียมตัว! ไทยเที่ยวไทยพลัส' ลงทะเบียน 1 ต.ค.นี้ผ่านแอปฯเป๋าตัง สรุปจบง่ายๆ ที่นี่)

อนุมัติแล้วจ๊าาาาา "ไทยเที่ยวไทย พลัส" ปี 2569 ได้รับการเคาะเงื่อนไขล่าสุดจากกระทรวงการคลังและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ แล้ว โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 1–25 ตุลาคม 2569 ผ่านทางแอปพลิเคชัน เป๋าตัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศรวมทั้งหมด 1,000,000 สิทธิ์ โดยจะเสนอ ครม. อนุมัติเร็วๆ นี้
รายละเอียดและเงื่อนไขสำคัญของโครงการมีดังนี้
วงเงินสนับสนุนค่าที่พัก
-รัฐบาลช่วยจ่ายค่าที่พักตามจริง สูงสุดไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืน (ต่างจากระบบเดิมที่เป็นเปอร์เซ็นต์ โดยรอบนี้หากห้องราคา 1,200 บาท รัฐออกให้ทั้งหมด 1,200 บาท แต่หากห้องราคา 2,500 บาท รัฐช่วย 1,500 บาท และผู้ใช้สิทธิ์จ่ายส่วนต่างเอง 1,000 บาท)
-จำกัดสิทธิ์สูงสุด 5 คืน (5 สิทธิ์) ต่อคน รวมเป็นมูลค่าส่วนลดค่าที่พักสูงสุด 7,500 บาท
คูปองท่องเที่ยวอิเล็กทรอนิกส์
-แจกคูปองในรูปแบบร่วมจ่าย (Co-payment) รัฐช่วยจ่าย 50% และประชาชนจ่ายเอง 50%
-สำหรับใช้จ่ายในร้านอาหาร คาเฟ่ บริการนวด/สปา รถเช่า ทัวร์ One Day Trip และร้านของฝากที่เข้าร่วมโครงการ
-เที่ยวเมืองหลัก: รัฐสนับสนุนคูปองมูลค่า 1,500 บาทต่อสิทธิ์
-เที่ยวเมืองรอง: รัฐสนับสนุนคูปองมูลค่า 2,000 บาทต่อสิทธิ์ (หากมีการใช้จ่ายในพื้นที่เมืองรองอย่างน้อย 1 ครั้ง ระบบจะปรับวงเงินเพิ่มเป็น 2,000 บาทให้ทันที)
ไทม์ไลน์การลงทะเบียนและช่วงเวลาเดินทาง
-วันลงทะเบียน: ตั้งแต่วันที่ 1 – 25 ตุลาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
-ช่วงเวลาใช้สิทธิ์เดินทาง: เริ่มเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570 โดยแบ่งออกเป็น 2 เฟสหลัก:
เฟส 1: 1 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2569
เฟส 2: 16 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2570
ข้อควรระวัง (ช่วงงดเว้นการใช้สิทธิ์): โครงการจะงดให้ใช้สิทธิ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ (ระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2569 ถึง 15 มกราคม 2570) เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นอยู่แล้ว
คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ
-บุคคลสัญชาติไทยที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
-มีบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ
กูรูหุ้นมองประเด็นนี้ว่า เป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวจากโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ เพราะจะช่วยหนุนให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นได้
อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าค่าที่พักรอบนี้ลดลงเหลือ 1,500 บาท (แบบไม่ต้องจ่ายคนละครึ่งกับรัฐ) ซึ่งน้อยกว่ารอบก่อนๆที่เคยให้ที่ 3,000 บาทต่อคืน (แบบจ่ายคนละครึ่งกับรัฐ) คาดว่าจะช่วยหนุนโรงแรมที่มีห้องพักราคาประมาณ 1,500-3,000 บาทต่อคืนได้มากขึ้น มองว่าจะเป็นบวกต่อ ERW มากที่สุด เพราะมีโรงแรมระดับ Economy (ADR ราว 1,500-2,000 บาท) และ Midscale (ADR ราว 3,000-3,500 บาท) เยอะ ( ibis, Mercure, Novotel)
ขณะที่รอบนี้มีการให้ Voucher (จ่ายคนละครึ่ง) เพิ่มขึ้นมากถึง 1,500 บาท สำหรับเมืองหลัก และ 2,000 บาท สำหรับเมืองรอง (จากเดิมที่ 500 บาท) คาดว่าจะช่วยหนุนให้ธุรกิจอาหารมีโอกาสเติบโตได้ดี โดยมองว่า CENTEL จะมีโอกาสได้ประโยชน์จากร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากธุรกิจโรงแรมที่ได้ส่วนลดค่าที่พักเช่นกัน
มีการประเมินว่าในไตรมาส 4 ปีนี้ จะเห็นกำไรของกลุ่มท่องเที่ยวจะเติบโตได้ทั้ง YoY/QoQ ได้จากมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสและการเข้าสู่ช่วง High season รวมถึงมีหลาย event ที่เข้ามาช่วยหนุนอีกมาก
หุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยเรียงลำดับตามสัดส่วนโรงแรมในประเทศจากมากไปน้อย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR
ด้านหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก Voucher ที่ปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ หุ้นกลุ่มร้านอาหาร โดยเรียงลำดับจากจำนวนสาขาจากมากไปน้อย ได้แก่ M, ZEN,CENTEL, MAGURO และกลุ่มธุรกิจสปา ได้แก่ SPA
วันนี้เอาแค่นี้เนอะ เบาๆ สบายๆ เล่นหุ้นชิลๆ