สัมภาษณ์พิเศษ : SUPER ปลดล็อกเวียดนาม EVN จ่อเคลียร์เงินค้างจ่าย ปรับกลยุทธ์ปักธงไทยรับคลื่นพลังงานสะอาด

ปมค้างชำระค่าไฟในเวียดนามเริ่มเห็นทางออก หลังการตรวจสอบโครงการพลังงานสะอาดมีข้อสรุปและ EVN เล็งชำระเงินค้างจ่ายในช่วง ต.ค.-พ.ย.69 ขณะที่บริษัทลดหนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาท ลด D/E เหลือ 1.6 เท่า ปรับกลยุทธ์เร่งลงทุนในไทย ปั้นกำลังผลิตโตเท่าตัวใน 2-3 ปี
สถานการณ์การค้างชำระค่าไฟฟ้า ของการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ในช่วงที่ผ่านมา มีสาเหตุจากอะไร และปัจจุบันมีทิศทางอย่างไร เราไปติดตามเรื่องนี้กับ “จอมทรัพย์ โลจายะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) หนึ่งในผู้ผลิตพลังงานสะอาดของไทยที่ลงทุนในเวียดนาม รวมทั้งทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร
สถานการณ์และแนวทางการแก้ปัญหาโครงการในเวียดนาม
ช่วง 3–4 ปีที่ผ่านมา เวียดนามมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้นำภาครัฐหลายครั้ง (เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี 3 คน ประธานาธิบดี และเลขาธิการพรรค) ทำให้มีการตรวจสอบโครงการการลงทุนต่างๆ โดย Government Inspector ซึ่งหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการตรวจสอบมากที่สุด ก็คืออุตสาหกรรมพลังงานทดแทน ที่เข้าไปตรวจ สอบทั้งหมด 400 กว่าโครงการ และเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมาผลการตรวจสอบก็ออกมาแล้ว ว่าเกือบทุกโครง การดำเนินการจ่ายไฟฟ้าได้ถูกต้องและครบถ้วน และล่าสุดสภาแห่งชาติของเวียดนามได้อนุมัติให้แก้ไขปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยมอบอำนาจให้นายกรัฐมนตรีสั่งการ EVN ดำเนินการชำระเงินและเดินหน้าโครงการต่างๆ
ล่าสุด EVN ได้ติดต่อ SUPER เพื่อลงนามแก้ไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้ตามปกติ โดยคาดว่าจะลงนามและได้รับชำระเงินค้างจ่ายทั้งหมดในช่วงปลายปี (ประมาณเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน)
ความคืบหน้าโครงการ Loc Ninh 3
โครงการ Loc Ninh 3 เดิมติดปัญหาใบอนุญาต แต่ปัจจุบันได้รับอนุมัติการเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ที่ดิน จากระดับจังหวัดแล้ว และอยู่ระหว่างรอใบอนุญาต CCA (Construction Completion Acceptance) ในอีก 2–3 เดือน เพื่อให้สามารถเก็บเงินค่าไฟฟ้าได้ตามปกติแม้ว่าที่ผ่านมาจะจ่ายไฟให้ EVN 100% มาโดยตลอด
แนวทางการปรับตัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและกลยุทธ์ของบริษัท
แนวทางดำเนินการของบริษัทได้แก่ การปรับโครงสร้างทางการเงินและลดหนี้ โดยดึงพาร์ทเนอร์เข้ามาร่วมทุนและขายโครงการบางส่วน (Divestment) เพื่อดึงกระแสเงินสดเข้ามา ทำให้ลดหนี้ลงไปได้กว่า 10,000 ล้านบาท และลดอัตราส่วน D/E เหลือ 1.6 เท่า
รวมทั้งมีการตั้งสำรองทางบัญชี โดยบริษัทตั้งสำรองความเสี่ยงไว้ 550 ล้านบาทตามมาตรฐานบัญชี ดังนั้นหากได้รับชำระเงินคืนเต็มจำนวน เงินส่วนนี้จะกลับมาบันทึกเป็นรายได้และกำไรของบริษัททันที
ทิศทางการลงทุนที่เวียดนามในอนาคต
ปัจจุบันการเมืองเวียดนามเข้าสู่ภาวะเสถียรภาพและเสร็จสิ้นการเปลี่ยนผ่านแล้ว แต่บริษัทจะเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น โดยเน้นการเติบโตในรูปแบบพันธมิตร (Partnership) เช่น การร่วมทุนกับบริษัท ACEN พร้อมทั้งปรับสัดส่วนเน้นการขยายลงทุนและเติบโตในประเทศไทยเป็นหลัก
การปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นการเติบโตในประเทศไทย
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การเติบโต โดยมุ่งเน้นการขยายการลงทุนในประเทศไทยเป็นหลักเกือบ 100% เพื่อเพิ่มรายได้และปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน (Balance Portfolio)
โครงการในมือของ SUPER และเป้าหมายการเพิ่มกำลังการผลิต
บริษัทมีโครงการ Big Lot ที่ชนะการประมูล ได้แก่ โครงการพลังงานหมุนเวียนรวม 355 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) 315 เมกะวัตต์ และพลังงานลม 40 เมกะวัตต์
โครงการ Private PPA (สัญญาซื้อขายไฟกับเอกชน) ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่ดำเนินการอยู่ 150 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างเจรจาเพิ่มเติมกับลูกค้ารายใหม่อีก 2–3 ราย (คาดว่าจะมีขนาดประมาณ 50–60 เมกะวัตต์ต่อราย)
เป้าหมายการเติบโตของบริษัท
บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโตเท่าตัว (100%) จากเดิมที่มีกำลังการผลิตโซลาร์ในไทยประมาณ 400 กว่าเมกะวัตต์ การลงนามสัญญา PPA ในโครงการใหม่ทั้ง Big Lot และ Private PPA จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำลังการผลิตรวมของบริษัทภายในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าเติบโตขึ้น 100%
มุมมองเกี่ยวกับแผน PDP2026
บริษัทมีความพร้อมในการรองรับแผน PDP 2026 ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการทำธุรกิจที่เน้นธุรกิจในประเทศไทยเป็นหลัก จึงเป็นโอกาสในการขยายกำลังการผลิตและสร้างรายได้ในระยะยาว เนื่องจากแผน PDP 2026 มุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มพลังงานสะอาดอย่างชัดเจน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) และพลังงานลม
โดยคาดว่าจะมีการเปิดรับซื้อพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นถึง 10,000 – 20,000 เมกะวัตต์ โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญมาจากนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ตลอดจนบริษัทต่าง ๆ ในไทย ต่างมีความต้องการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น และต้องการสัญญารูปแบบการซื้อไฟฟ้าโดยตรงจากผู้ประกอบการ
ซึ่งโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชน (โซลาร์ชุมชน) เป็นหนึ่งในแผนงานที่จะเกิดขึ้นในระยะอันใกล้ โดยมีเป้าหมายรวมประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ มีขนาดโครงการอยู่ที่ประมาณ 5–8 เมกะวัตต์ต่อโครงการ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าโครงการปกติของ SUPER (ปกติอยู่ที่ 50, 75 หรือ 80 เมกะวัตต์) ดังนั้นบริษัทจึงอยู่ระหว่างการศึกษาความคุ้มค่าและเตรียมการสำหรับการเข้าร่วมประมูล