Talk of The Town

หุ้นธนาคารเฮ! “ฟิทช์ฯ” มองความเสี่ยงไทยลด ลุ้น KTB-TTB ได้เพิ่ม Outlook


04 กันยายน 2569

หุ้นธนาคารเฮ!_S2T (เว็บ)_0.jpg

จับตาหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังฟิทช์ เรทติ้งส์ มองความเสี่ยงไทยลดลง อาจทบทวนเพิ่ม อันดับเครดิต โบรกฯ มองเป็น sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มธนาคาร เพราะมีโอกาสที่จะได้ปรับ Outlook เพิ่มขึ้นได้ คาดว่า KTB และ TTB ที่มีโอกาสได้ปรับ Outlook เพิ่มขึ้นในรอบนี้ ซึ่งจะเป็น sentiment ต่อราคาหุ้น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็น ฟิทช์ เรทติ้งส์ มองความเสี่ยงไทยลดลง อาจทบทวนเพิ่ม อันดับเครดิต ซึ่งมีแนวโน้มที่กลุ่มธนาคารจะได้ประโยชน์ด้วย Fitch Ratings เผยความเสี่ยงของประเทศไทยลดลง การเมืองมีเสถียรภาพขึ้น เศรษฐกิจรับมือแรงกดดันดีขึ้น ส่งสัญญาณบวกก่อนทบทวนอันดับเครดิตรอบใหม่ปีนี้ 

โดยประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงการ "ทบทวนอันดับเครดิตประจำปี" ของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ "ฟิทช์ เรทติ้งส์" (Fitch Ratings) ท่ามกลางความเสี่ยงที่ "ลดลง" จากเมื่อหนึ่งปีก่อน ซึ่งในขณะนั้นความไม่แน่นอนทางการเมืองและภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ฟิทช์ปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิต (Outlook) ของไทยเป็น “เชิงลบ” (Negative)

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยมองเป็น sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มธนาคาร เพราะมีโอกาสที่จะได้ปรับ Outlook เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากโดยปกติหาก Fitch มีการปรับ Outlook ของประเทศขึ้นจะส่งผลให้กลุ่มธนาคารจะได้ปรับ Outlook เพิ่มขึ้นเช่นกัน 

โดยอ้างอิงจากเดือน ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา ที่ Fitch ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยเป็น "แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ" (BBB+/Negative) จากเดิม "แนวโน้มมีเสถียรภาพ" เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2568 และหลังจากนั้นไม่นาน Fitch ประกาศคงอันดับเครดิตของธนาคารไทย แต่ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสำหรับ 5 ธนาคาร เป็น "แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ" จากเดิม "แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ" 

ดังนี้ EXIM, KTB, TTB, ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) (SCBT) และธนาคารยูโอบี (ไทย) จำกัด (มหาชน) (UOBT) 

แต่อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นช่วงปลายเดือน ก.ย. 2568 ของกลุ่มธนาคารมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยราว -1-2% ซึ่งคาดว่ารอบเดือน ก.ย. 2569 นี้ Fitch จะมีการปรับ Outlook เพิ่มขึ้นเป็นระดับ “มีเสถียรภาพ” (Stable) เพื่อให้สอดคล้องกับ Moody’s Ratings และ S&P Global Ratings ที่เพิ่มปรับเมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา 

โดยคาดว่า KTB และ TTB ที่มีโอกาสได้ปรับ Outlook เพิ่มขึ้นในรอบนี้ ซึ่งจะเป็น sentiment ต่อราคาหุ้นที่มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้

ดังนั้นยังคงน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มธนาคารเป็น “มากกว่าตลาด” เพราะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงได้จบรอบไปแล้ว ประกอบกับมีอัตราเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ราว 6% สูงกว่าอัตราปันผลเฉลี่ยของตลาดหุ้นที่ 3% รวมถึง valuation ยังไม่แพง โดยซื้อขายที่ระดับเพียง 0.98 เท่าPBV ซึ่ง เลือก KTB (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย  50.00 บาท) และ KBANK (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย  270.00 บาท) เป็น Top pick และคาด KTB และ TTB (แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 3.20 บาท) จะได้รับ sentiment บวกจากประเด็นข่าวนี้มากที่สุด