Talk of The Town

ลุ้น CPALL เพิ่มอัตราจ่ายปันผลเป็น 70% หนุนผลตอบแทนพุ่ง 5.3% หลังมีกระแสเงินสดอิสระ 3.7 แสนลบ.


03 กันยายน 2569

ลุ้น CPALL_S2T (เว็บ)_0.jpg

นักวิเคราะห์ ชี้ CPALL อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวต่อเนื่อง และกระแสเงินสดอิสระ (FCF) แข็งแกร่ง คาดเหลือ 1.1-1.2 หมื่นล้านบาท ต่อปี ซึ่งเพียงพอที่จะเดินหน้าลดหนี้ได้ตามแผน จับตาหากเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็น 70% อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.3%

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า CPALL กำลังสร้างผลลัพธ์จากธุรกิจหลักได้มากขึ้น-ยอดขายสาขาเดิมยังเติบโต, อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวต่อเนื่อง และกระแสเงินสดอิสระ (FCF) แข็งแกร่ง โดยปัจจัยหนุนระยะถัดไปอาจมาจากการเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นและการสร้างมูลค่าจากเครือข่ายสาขา ขณะที่หุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2570 เพียง 12 เท่า ส่งผลให้มูลค่าหุ้นยังน่าสนใจเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรจากธุรกิจปกติ

ทั้งนี้แนวโน้มการเติบโตของกำไร CPALL ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของการบริโภค แม้ภาพรวมการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังอ่อนแอ แต่จากการตรวจสอบ พบว่า อัตราการเติบโตยอดขายสาขาเดิมของ 7-Eleven ตั้งแต่ไตรมาส 3/69 จนถึงปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1% 

ขณะที่การขยายสาขายังช่วยเพิ่มการเติบโตของยอดขาย นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าในครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากสัดส่วนสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงในยอดขายที่เพิ่มขึ้น (อาหารพร้อมรับประทาน,เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล) ขณะที่ ROE เพิ่มขึ้นสู่ 23% สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นโดยไม่ได้เพิ่ม leverage คาดกำไรหลักในปี 2570 จะเติบโต 11% จากปีก่อน จากประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นมากกว่าการฟื้นตัวของการบริโภค

ส่วนกระแสเงินสดอิสระ (FCF) ที่แข็งแกร่งของบริษัทเปิดโอกาสให้เพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นได้โดยไม่กระทบต่อแผนลดหนี้ ประมาณการ FCF อยู่ที่ 3.3-3.7 แสนล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2569-2571 ขณะที่ฐานะการเงินยังมี headroom เพียงพอ โดยคาดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในปี 2569 อยู่ที่เพียง 0.8 เท่า ต่ำกว่า covenant ของเจ้าหนี้ CPALL ที่ 2.0 เท่าอย่างมีนัยสำคัญ 

โดยคาดอัตราการจ่ายเงินปันผลจะอยู่ที่ 53% ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2570 ที่ 4.0% โดยทุกๆ การเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล 10% จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล เพิ่มขึ้น 0.7% ขณะที่กระแสเงินสดอิสระหลังการจ่ายเงินปันผลจะลดลงเพียง 3 พันล้านบาท หากเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็น 70% อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.3% ขณะที่ CPALL ยังคงมีกระแสเงินสดอิสระเหลือ 1.1-1.2 หมื่นล้านบาท ต่อปี ซึ่งเพียงพอที่จะเดินหน้าลดหนี้ได้ตามแผน

นอกจากนี้ ALL PharmaSee เป็นอีกช่องทางที่ CPALL สามารถสร้างมูลค่าจากเครือข่ายสาขาและ digital ecosystem ของบริษัทได้ หลังจาก อย. อนุมัติบริการเภสัชกรรมทางไกล (telepharmacy) ในเดือนมิ.ย. 2569 บริษัทอยู่ระหว่างทดลองให้บริการใน 2,000 สาขา โดยมีเภสัชกร 300 คน ให้คำปรึกษาและจัดส่งยา ผ่าน 7-Eleven และ 7App จากการพูดคุยกับผู้บริหารพบว่า ยอดขายยาคิดเป็น 2-3% ของยอดขาย 7-Eleven โดยทั่วไปยอดขายยามีอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 40% เทียบกับอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยของสินค้าที่ 28% จาก scenario analysis ทุกๆ การเพิ่มสัดส่วนยอดขายยา 1% ในยอดขายจะช่วยเพิ่มอัตรากาไรขั้นต้นโดยรวมได้ 0.12% ขณะที่เป้าหมายการขยายอัตรากำไรขั้นต้นต่อปีของบริษัทอยู่ที่ 0.10-0.20%

ดังนั้นด้วย PER ปี 2570 เพียง 12 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) CPALL ยังมีมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ เมื่อพิจารณาจากประมาณการการเติบโตของกำไรปี 2570 ที่ 11% จากปีก่อน ซึ่งคิดเป็น PEG ratio ที่ 1.1 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ปัจจุบันตลาดยังให้น้ำหนักกับหุ้นไม่เพียงพอต่อความสามารถในการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น FCF ที่แข็งแกร่ง และการลดหนี้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลและความสำเร็จในการขยาย ALL PharmaSee ยังเป็นปัจจัยที่อาจช่วยหนุนราคาหุ้นได้ (ซึ่งทั้งสองปัจจัยยังไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการของฝ่ายวิจัย)