Talk of The Town

หุ้น รพ.ได้เวลาคืนชีพ! ไข้หวัดใหญ่-COVID-19 ระบาด ลุ้น “ค่าหัวประกันสังคม” เพิ่มอัพไซด์


04 กันยายน 2569

หุ้น รพ.ได้เวลาคืนชีพ!_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

กลุ่มโรงพยาบาลส่อแววฟื้นตัว นักวิเคราะห์คาดครึ่งหลังของปี 69 ฟื้นตัวทั้งจากครึ่งปีแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อน การระบาดของไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 ที่เพิ่มขึ้น พ่วงผู้ป่วยต่างชาติฟื้น จับตาสำนักงานประกันสังคมปรับค่าหัวเพิ่มขึ้น เป็นอัพไซด์ ชู PR9 เป็นหุ้นเด่น จากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ฟื้นตัวดี ส่วน CHG คาดกำไรปี 69 เติบโตดีกว่ากลุ่ม

นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า Healthcare Sector  เข้าสู่รอบฟื้นตัวต่างชาติฟื้น ลุ้นปรับค่าหัวประกันสังคม โดยคาดกำไรกลุ่มโรงพยาบาลในครึ่งหลังของปี 69 ฟื้นตัวทั้งจากครึ่งปีแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อน 

โดยคาดรายได้ไตรมาส 3/69 ที่ 44,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 7.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากช่วง High Season การระบาดของไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นรวมถึงการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ อิงจากข้อมูลเดือน ก.ค.–ส.ค. ของ EKH และ BDMS และเดือน ก.ค.ของ BH, BCH, CHG และ PR9 ทั้งนี้ BDMS มีสัดส่วน 69% ของรายได้รวม โดยคาดรายได้เติบโต 14.3% จากไตรมาสก่อน และ 9.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่หากไม่รวม BDMS รายได้จะเติบโต 6.6% จากไตรมาสก่อน และ 2.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

ส่วนในไตรมาส 4/69 คาดว่ายังฟื้นตัวต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวในวงกว้าง แม้ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางกลับมาเป็นปัจจัยกดดัน แต่คาดว่าผลกระทบจะไม่รุนแรงเท่าช่วงครึ่งปีแรก และเริ่มเห็นรายได้จากผู้ป่วยกลุ่มนี้กลับมาเติบโต โดย BH และ PR9 มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางสูงสุดที่ 18% และ 9% ตามลำดับ ส่วนรายได้จากผู้ป่วย CLMV ฟื้นตัวจากฐานต่ำ ขณะที่ความต้องการรักษาที่ถูกเลื่อนออกไปและสัดส่วนเคสซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนรายได้ต่อหัวและอัตรากำไร

สำหรับผลกระทบจากตะวันออกกลางต่อรายได้กลุ่มโรงพยาบาล ต่ำกว่าการลดลงของนักท่องเที่ยว เนื่องจากผู้ป่วย เร่งด่วนและโรคซับซ้อนยังต้องรักษา ขณะที่บางส่วนเพียงเลื่อนการเดินทาง สะท้อนจากรายได้ผู้ป่วย ตะวันออกกลางของ BH ที่ยังเติบโต 13.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่เดือน ก.ค. นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นเป็น 140,026 คน กลับมาเติบโต 8.6%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ฟื้นตัวในรอบ 6 เดือน ซึ่งคาดรายได้กลุ่มนี้ฟื้นต่อในครึ่งหลังปี 696 และเกิด Low-base Recovery ในปี 70 หากสถานการณ์ไม่รุนแรงขึ้น หนุนจากฐานต่ำ ความต้องการรักษาที่ถูกเลื่อน เที่ยวบินที่ทยอยกลับมา และความร่วมมือส่งต่อผู้ป่วยจากตะวันออกกลาง จึงคาดกำไรกลุ่มปี 69 ที่ 26,548 ล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน ก่อนฟื้นเป็น 28,142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% ในปี 70

นอกจากนี้สำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างทบทวนค่าบริการทางการแพทย์ โดยคาดเห็นความชัดเจนช่วง ก.ย.–ต.ค. 69 หากมีการปรับเพิ่มค่าหัวโรงพยาบาลที่คาดได้รับประโยชน์มากที่สุดตามสัดส่วนรายได้ประกันสังคม ได้แก่ RJH ราว 49% ของรายได้ BCH 36%, CHG 28%, CMR 27% และ BDMS 3% ตามลำดับ เนื่องจากรายได้ส่วนเพิ่มมีต้นทุนเพิ่มจำกัด จึงมีโอกาสส่งผ่านไปยังอัตรากำไรและกำไรในสัดส่วนสูง 

นอกจากนี้ การผลักดันไทยสู่ Medical & Wellness Hub และ Longevity Hub เป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้าง จากโอกาส สร้างรายได้ประจำ ผ่านบริการ Wellness และ Preventive Healthcare ซึ่งมีอัตรากำไรสูง โดย BDMS ได้ ประโยชน์จาก Ecosystem ครบวงจร BH ได้เปรียบด้านลูกค้าต่างชาติระดับบน และ PR9 มีศักยภาพต่อ ยอด Preventive Healthcare และ Complex Care 

ขณะเดียวกัน รัฐอยู่ระหว่างศึกษาการซื้อประกันสุขภาพกลุ่มให้ข้าราชการ ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสเข้าถึง โรงพยาบาลเอกชน โดยเฉพาะ BDMS, RAM, BCH และ CHG แต่ยังต้องรอรายละเอียดเครือข่าย โรงพยาบาล วงเงิน สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไขร่วมจ่ายก่อนประเมินผลบวก

ดังนั้นปรับน้ำหนักกลุ่มโรงพยาบาล จาก “เท่าตลาด” เป็น “มากกว่าตลาด” จากกำไรครึ่งหลังปี 69 ที่คาดฟื้นทั้งจากครึ่งปีแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคาหุ้นหลายบริษัทซื้อขายที่ PER ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวราว -1 ถึง -1.5SD และมี Upside risk จากนโยบายภาครัฐ 

โดยเลือก PR9 (ราคาเป้าหมาย 23.60 บาท) เป็นหุ้นเด่น จากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ฟื้นตัวดี การเพิ่มสัดส่วนผู้ป่วยโรคซับซ้อน และราคาหุ้นซื้อขายที่ PER 17.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 4 ปีที่ 23.6 เท่า ส่วน CHG (ราคาเป้าหมาย 2.15 บาท) คาดกำไรปี 69 เติบโต 7% จากปีก่อน ดีกว่ากลุ่ม หนุนจากรายได้ประกันสังคมและ บริการโรคซับซ้อน อีกทั้งมี Upside จากการปรับค่าหัวประกันสังคม