Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 24-08-2569 (4 ปัจจัยต้องดู!มีผลต่อหุ้นสัปดาห์นี้ ส่วน “ทองคำ” ทะลุจุดเดือด!)


24 สิงหาคม 2569

4 ปัจจัยต้องดู!_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ) copy_0.jpg

ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ เซียนหุ้นประเมินว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทย ในช่วงสัปดาห์วันที่ 24–28 สิงหาคมนี้ ประเมินว่าจะมีลักษณะ "แกว่งตัว Sideway ถึง Sideway Down" ในกรอบประมาณ 1,600 – 1,630 จุด เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่หนุนชัดเจน และมีแรงกดดันจากการขึ้นเครื่องหมาย XD (จ่ายเงินปันผล) ของหุ้นใหญ่หลายตัว  

ทั้งนี้มี 4 ปัจจัยที่ต้องติดตามดูคือ

1. การประชุม กนง. (26 ส.ค.) จับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00 หากคงดอกเบี้ยตามคาด ผลกระทบจะเป็นกลางต่อตลาด แต่ต้องติดตามถ้อยแถลงเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจ

2. งาน Thailand Focus 2026 (26-28 ส.ค.) นำเสนอข้อมูลบริษัทจดทะเบียนไทยแก่ผู้ลงทุนสถาบันและต่างชาติ อาจมีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มที่มีพื้นฐานแกร่ง และช่วยดึงดูดกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow)

3. ฤดูกาลขึ้นเครื่องหมาย XD หุ้นขนาดใหญ่หลายบริษัททยอยขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีแรก อาจส่งผลกระทบเชิงลบทางเทคนิค ทำให้ดชนี SET มีย่อตัวลงตามน้ำหนักหุ้น

4. ตัวเลขการส่งออกไทย ต้องติดตามการรายงานมูลค่าการส่งออกไทยเดือนล่าสุด (คาดการณ์ขยายตัวต่อเนื่อง) หนุนหุ้นกลุ่มส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอาหาร

ส่วนอีกเรื่องที่ร้อนแรงไม่พูดถึงไม่ได้คือ “ราคาทองคำ” ต้องขยี้ตากันหลายรอบ เพราะราคาทองคำในตลาดฟิวเจอร์สพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 4,661.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำสถิติระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน และที่สำคัญคือสามารถทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,580–4,600 ดอลลาร์ขึ้นมาได้อย่างชัดเจน งานนี้เจ๊จิ๋มมองว่าไม่ได้เป็นเพียงการขึ้นตามกระแสเก็งกำไรระยะสั้น แต่สะท้อนว่าทองคำยังมีปัจจัยพื้นฐานหลายด้านคอยหนุนอยู่

เจ๊จิ๋มมองว่าปัจจัยแรกที่ต้องจับตาคือทิศทางดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์ เพราะเมื่อ Bond Yield ของสหรัฐฯ ปรับตัวลง ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำก็ลดลงตามไปด้วย ขณะที่เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงก็ทำให้ทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุนทั่วโลก โดยมุมมองของ J.P. Morgan Global Research และ Goldman Sachs ยังให้น้ำหนักกับปัจจัยดังกล่าวว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของราคาทองคำ

อีกประเด็นที่เจ๊จิ๋มมองว่ามีน้ำหนักไม่น้อย คือ แรงซื้อเชิงโครงสร้างจากธนาคารกลางและกองทุนทองคำ โดยข้อมูลจาก World Gold Council รวมถึง MTS Gold ระบุว่า ธนาคารกลางหลายประเทศยังเดินหน้าสะสมทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงจากการถือครองเงินดอลลาร์ ขณะที่กองทุน Gold ETF รายใหญ่อย่าง SPDR ก็ยังเป็นแรงซื้อที่ช่วยสร้างฐานให้ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวลงได้จำกัด

นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ เพราะทุกครั้งที่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการเมืองโลกเพิ่มขึ้น ทองคำมักถูกหยิบขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะเดียวกันหากราคาน้ำมันยังเคลื่อนไหวในระดับสูง ก็อาจทำให้ตลาดกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งยิ่งตอกย้ำบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง

สำหรับทิศทางหลังจากนี้ เจ๊จิ๋มบอกเลยว่าโบรกเกอร์และสถาบันการเงินรายใหญ่ยังมองทองคำในเชิงบวก เพียงแต่ระดับเป้าหมายแตกต่างกันไป โดย J.P. Morgan ประเมินกรอบระยะสั้นถึงกลางไว้ที่ 4,700–4,850 ดอลลาร์ และมองเป้าหมายระยะยาวไว้สูงถึง 5,400–6,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Societe Generale และ BNP Paribas มองเป้าหมายระยะสั้นในช่วง 4,800–5,000 ดอลลาร์ และมีโอกาสไปถึงระดับ 6,000 ดอลลาร์ในระยะยาว

ส่วน Goldman Sachs และ Deutsche Bank มีมุมมองระมัดระวังมากกว่า โดยมองว่าทองคำมีโอกาสแกว่งตัวเพื่อสะสมกำลัง ก่อนปรับขึ้นต่อ โดยให้กรอบระยะสั้นประมาณ 4,700–4,800 ดอลลาร์ และเป้าหมายระยะยาวอยู่แถว 4,800–4,900 ดอลลาร์ ขณะที่ MTS Gold และ YLG ให้น้ำหนักในลักษณะ Sideway Up โดยมีแนวรับบริเวณ 4,580–4,600 ดอลลาร์ และแนวต้าน 4,700–4,750 ดอลลาร์ พร้อมมองว่าระยะยาวมีโอกาสเห็นระดับ 5,000 ดอลลาร์ขึ้นไป

ดังนั้น หากถามเจ๊จิ๋มว่าตอนนี้ควรไล่ซื้อทองคำหรือไม่ คำตอบคือไม่ควรไล่ราคาเมื่อราคาพุ่งแรง แต่ควรใช้กลยุทธ์ Buy on Dip หรือรอจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับสำคัญมากกว่า สำหรับนักลงทุนระยะสั้น โซน 4,580–4,600 ดอลลาร์ยังเป็นบริเวณที่น่าสนใจสำหรับการตั้งรับ ขณะที่เป้าหมายถัดไปอยู่บริเวณ 4,690–4,730 ดอลลาร์ และหากราคาหลุดระดับ 4,550 ดอลลาร์ลงมา ก็ควรมีวินัยในการตัดขาดทุน

ส่วนคนที่ไม่ได้เข้ามาเก็งกำไรทองคำแบบรายวัน เจ๊จิ๋มมองว่ายังสามารถใช้ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตได้ โดยแนวทางที่ให้ไว้คือการถือทองคำประมาณ 5–10% ของพอร์ตการลงทุน เพื่อช่วยลดความผันผวนในช่วงที่ตลาดหุ้นและค่าเงินมีความไม่แน่นอน

สรุปง่ายๆ คือ ราคาทองคำที่ทะลุ 4,660 ดอลลาร์ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลจากดอกเบี้ย Bond Yield ค่าเงินดอลลาร์ แรงซื้อของธนาคารกลาง ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เข้ามาหนุนพร้อมกัน 

แม้เจ๊จิ๋มจึงยังให้น้ำหนักกับทองคำในเชิงบวก แต่สำหรับคนที่กำลังจะเข้าลงทุน สิ่งสำคัญไม่ใช่การรีบวิ่งตามราคาที่กำลังร้อนแรง แต่คือการรอจังหวะย่อตัวและบริหารสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสม เพราะขาขึ้นยังมีโอกาสไปต่อ แต่ระหว่างทางก็ย่อมมีแรงขายทำกำไรให้เห็นเป็นระยะเจ้าค่ะ

ปิดท้ายกับเรื่องดีๆ กับงานสัมมนาสุดเข้มข้น ครบเครื่องที่สุดของปี  ฟรี เป็นของขวัญให้พี่น้องนักลงทุน

สัมมนา ”MOVE BEYOND SUMMIT”

มารับความรู้และไอเดียการลงทุน ทั้งหุ้นไทย หุ้นเทค หุ้นต่างประเทศ แบบเจาะลึกจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง 6 ท่าน ..ครบเครื่องกลยุทธ์ ทั้งสายวีไอ สายกราฟ และสายวีไอใช้กราฟ “เซียนมี่ - เสี่ยป๋อง - โค้ชเอ - คุณเชาว์ - คุณเจ้กกี้ - อ.อาร์ม” จัดโดย บล.บียอนด์ X IWC  

ในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569เวลา 9.00 -17.30 น. ณ หอประชุม ศาสตราจารย์ สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ท่านที่สนใจ..ทางนี้เลยค่ะ!!! ลิ้งค์ลงทะเบียน  https://lin.ee/56nVMdS