จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SFLEX โชว์พลัง “โตอย่างมีคุณภาพ” กำไรพุ่ง-มาร์จิ้นดี ปรับกลยุทธ์รับตลาดบรรจุภัณฑ์ รุก Green Packaging-เวียดนาม ปูทางโตต่อเนื่อง


21 สิงหาคม 2569

SFLEX โชว์พลัง “โตอย่างมีคุณภาพ”_S2T (เว็บ)_0.jpg

SFLEX เดินหน้าปรับกลยุทธ์ธุรกิจรับเทรนด์บรรจุภัณฑ์ยุคใหม่ หลังกำไร Q2/69 ทำ New High พร้อมเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าสูง ลงทุนเครื่องจักรและ Automation ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กระจายแหล่งวัตถุดิบลดความเสี่ยง Supply Chain และขยายตลาดบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก รองรับการเติบโตระยะยาว

บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ หรือ SFLEX กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงของการเติบโตที่มีคุณภาพมากขึ้น หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2569 สะท้อนศักยภาพการทำกำไรที่โดดเด่น โดยบริษัทมีรายได้รวม 520.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 472.95 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 79.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 48.91% จาก 53.15 ล้านบาท และทำสถิติสูงสุดใหม่ หรือ New High

หนึ่งในตัวขับเคลื่อนสำคัญคือการปรับ Product Mix ให้สอดรับกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์แบบซองพร้อมหัวจ่าย หรือ Pouch with Spout ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภค

ซึ่ง SFLEX มองเห็นโอกาสดังกล่าวและได้ลงทุนในเครื่องจักรเพื่อรองรับการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและมีอัตรากำไรที่สูงขึ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้กำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้ในไตรมาสที่ผ่านมา

กลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า SFLEX ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มยอดขาย แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจไปสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น และลดความอ่อนไหวต่อการแข่งขันด้านราคาในตลาดบรรจุภัณฑ์

ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการวัตถุดิบก็เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงาน โดยในช่วงที่ผ่านมา บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและกระจายความเสี่ยงด้าน Supply Chain หลังเกิดความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อการขนส่งและการจัดหาวัตถุดิบ   แนวทางดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนและความผันผวนของต้นทุน รวมถึงช่วยให้การผลิตสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับครึ่งหลังปี 2569 บริษัทเตรียมเดินหน้ายกระดับกระบวนการผลิตครั้งใหญ่ โดยจะนำเครื่องจักรใหม่และเทคโนโลยี Automation เข้ามาใช้มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดของเสียจากกระบวนการผลิต และเตรียมความพร้อมรองรับการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต  และมีส่วนช่วยยกระดับ Margin และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท

อีกหนึ่ง Growth Story ที่น่าจับตาคือการขยายธุรกิจไปสู่บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Packaging โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประเภท Mono-material ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการใช้งานมากขึ้น

การเพิ่มสัดส่วน Green Packaging จึงเป็นทั้งโอกาสทางธุรกิจและการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าในอนาคต เพราะแบรนด์สินค้าและผู้บริโภคให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สำหรับ SFLEX การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะช่วยเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับ ESG และ Sustainability พร้อมเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และสร้างโอกาสในการเติบโตของรายได้ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน บริษัทไม่ได้จำกัดการเติบโตอยู่เพียงตลาดในประเทศ แต่ยังเดินหน้าขยายธุรกิจผ่านบริษัท สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กราฟฟิกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป หรือ TU โดยปัจจุบันเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และทยอยรับคำสั่งซื้อแล้ว

ขณะที่ Starprint Vietnam JSC หรือ SPV ซึ่ง SFLEX ถือหุ้น 25% ยังคงมีผลการดำเนินงานที่เติบโตดีและมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจเวียดนาม ทำให้บริษัทมองเห็นศักยภาพของตลาดดังกล่าวและคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนต่อรายได้รวมในปีนี้

ด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้ SFLEX จึงมีความเชื่อมั่นว่ารายได้รวมในปี 2569 จะสามารถทะลุเป้าหมาย 2,200 ล้านบาทได้ ซึ่งหากทำได้ตามเป้าหมาย จะเป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าการปรับกลยุทธ์ธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาเริ่มส่งผลต่อการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม