
ราคาหุ้น HANA ปิดตลาดภาคเช้าไปที่ราคา 48.25 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 8.50 บาท หรือ 21.38% เกิดจากปัจจัยบวกทั้งในแง่ผลประกอบการเชิงพื้นฐาน และบรรยากาศการลงทุนของกลุ่มอุตสาหกรรม ดังนี้
1. ผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตโตก้าวกระโดด (ดีกว่าที่ตลาดคาด)
• กำไรสุทธิฟื้นตัวแรง HANA รายงานกำไรสุทธิ Q2 ขยายตัวสูงถึง +838.4% YoY และ +215.3% QoQ แตะระดับ 326 ล้านบาท
• หมดปัจจัยกดดันทางบัญชี ในไตรมาสก่อนหน้า (Q1) มีรายการตั้งค่าเผื่อทางบัญชี แต่ในไตรมาสนี้ไม่มีรายการดังกล่าวเข้ามาแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
2. สัญญาณการฟื้นตัวของยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Restocking)
• รายได้ธุรกิจหลักในรูปดอลลาร์สหรัฐทำระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ไตรมาส (แตะ 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
• การส่งออกชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์และชิปในระดับโลกเริ่มเข้าสู่รอบฟื้นตัว (Inventory Restocking) โดยเฉพาะโรงงาน HANA-อยุธยา (คิดเป็นสัดส่วน ~28% ของยอดขายรวม) ที่กลับมาเติบโตได้อย่างโดดเด่น
3. อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ฟื้นตัวทำนิวไฮรอบ 7 ไตรมาส
• อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 10.7% ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ Q2/2567 ผลจากอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณคำสั่งซื้อที่ทะลักเข้ามา
4. โบรกเกอร์ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายและคำแนะนำ
• สำนักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายแห่ง (เช่น บล.ฟิลลิป) ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" พร้อมขยับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 53.50 บาท (อิง P/E ปี 2570 ที่ 35 เท่า) เนื่องจากมองเห็น Upside ที่ยังเปิดกว้างเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มเดียวกันอย่าง KCE
5. แรงหนุน Sentiment ภาพรวมกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
• หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้รับอานิสงส์จากความต้องการชิ้นส่วนไฮเทคและ AI ในตลาดโลกที่เติบโตต่อเนื่อง หนุนให้มีแรงซื้อเก็งกำไรไหลเข้าหุ้นกลุ่มนี้อย่างมีนัยสำคัญ