
ราคาหุ้น AMATA (บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน) ปิดตลาดภาคเช้าไปที่ราคา 32.00 บาท ปรับขึ้น 3.50 บาท หรือ12.28% เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก ทั้งในแง่ผลประกอบการที่งบออกดีกว่าคาดมาก และปัจจัยเชิงนโยบาย/การย้ายฐานการลงทุน ดังนี้
1. ผลประกอบการ Q2/2569 เติบโตก้าวกระโดด (ปัจจัยหนุนระยะสั้น) โดย AMATA รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก
• กำไรสุทธิพุ่งกว่า 10 เท่าตัว (YoY): แตะระดับ 1,583.51 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นกว่า 1,032% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำไว้ราว 139.87 ล้านบาท)
• โอนที่ดินมาร์จิ้นสูง: มีรายได้โอนที่ดินรวม 288 ไร่ (ไทย 271 ไร่ และเวียดนาม 17 ไร่) โดยที่ดินส่วนใหญ่ที่โอนในไทยเป็นเฟสของนิคมฯ ชลบุรี ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูง ผลักดันให้อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาฯ พุ่งขึ้นเป็น **66.16%** (จากเดิม 46.87%)
• กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน: มีการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมในเวียดนาม เข้ามาเสริมอีกราว 366 ล้านบาท
2. ปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้าง & FDI ไหลเข้า (ปัจจัยหนุนระยะยาว)
• คลื่นการลงทุน Semiconductor & High-Tech (Wave 3): กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมได้รับอานิสงส์จากนโยบายส่งเสริมการลงทุน (BOI) และการย้ายฐานผลิตของกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะกลุ่ม Semiconductor, PCB และ Data Center ที่เข้ามารุกพื้นที่ใน EEC อย่างต่อเนื่อง
• ยอด Backlog รอรับรู้รายได้แน่น: ตลาดมองว่าผลงานช่วงครึ่งปีหลังยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง จากยอดขายที่ดินที่ทยอยเร่งตัวขึ้นและยอดขายที่รอโอน (Backlog) ที่สะสมไว้ระดับสูง
สรุป...การพุ่งขึ้นแรงของราคาหุ้นในรอบนี้ มีแรงขับเคลื่อนหลักจาก "งบ Q2/69 ที่ระเบิดแรงเกินคาด" ผสานกับอัตราทำกำไรที่เร่งตัวขึ้น และภาพรวมอุตสาหกรรมนิคมฯ ที่ได้ประโยชน์จากเม็ดเงิน FDI ระลอกใหม่ นักวิเคราะห์จึงทยอยปรับเพิ่มประมาณการและเป้าหมายราคาขึ้น