Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 13-08-2569 (ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2..จะมาแว้ววววว)

ถึงแม้ดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นลงเป็นรายวันไม่ต่างอะไรกับการนั่งรถไฟเหาะตีลังกา แต่ยังสามารถยืนเหนือระดับ 1,600 จุดได้อย่างแข็งแกร่ง ก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องดีใจกันไว้ก่อน เพราะอย่างน้อยก็สะท้อนว่าตลาดยังมีแรงพยุง แม้จะมีปัจจัยให้ต้องลุ้นกันอยู่ตลอดเวลาก็ตาม
ในระยะสั้น หากไม่นับเรื่องการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 สิ่งที่น่าสนใจในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ” โดยเฉพาะ 2 โครงการที่กำลังมีความคืบหน้า ทั้ง “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” และ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ซึ่งกำลังถูกจับตาว่าจะเข้ามาช่วยเติมกำลังซื้อในช่วงที่เหลือของปีได้มากน้อยแค่ไหน
สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ตอนนี้เดินทางมาได้ครึ่งทางแล้ว ดูเหมือนแรงกระตุ้นจะยังไม่หมด เพราะยอดใช้จ่ายสะสมล่าสุดทะลุ 1 แสนล้านบาท และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1 ล้านแห่ง สะท้อนว่าเม็ดเงินกำลังถูกส่งผ่านลงไปถึงร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยในวงกว้าง
ในมุมของตลาดหุ้น บทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ชั้นนำที่ติดตาม ทั้ง อินโนเวสท์ เอกซ์, เอเซีย พลัส, กรุงศรี และเมย์แบงก์ ต่างให้น้ำหนักกับหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศและเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงและมีโอกาสได้รับประโยชน์จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัว ตัวเด่นจึงมีทั้ง CPALL และ CPAXT ซึ่งเป็นหุ้นค้าปลีกขนาดใหญ่ รวมถึง CBG, OSP และ ICHI ที่มีโอกาสได้รับแรงหนุนเมื่อการจับจ่ายใช้สอยในประเทศดีขึ้น
ขณะเดียวกัน กลุ่มไฟแนนซ์อย่าง MTC และ TIDLOR ก็มีโอกาสได้รับอานิสงส์ทางอ้อม หากมาตรการรัฐช่วยให้รายได้ของประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัว ประชาชนมีเงินหมุนเวียนมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยให้ความสามารถในการชำระหนี้ดีขึ้น และทำให้ความต้องการสินเชื่อกลับมาฟื้นตัวตามไปด้วย สอดคล้องกับมุมมองของโบรกเกอร์ที่ให้น้ำหนักหุ้นไฟแนนซ์จากความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฐานราก
อีกโครงการที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องรายละเอียดภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 แม้แนวทางเดิมที่มีการเสนอไว้ เช่น การสนับสนุนค่าที่พัก 50% สูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ พร้อม E-Voucher 500 บาท จำนวนประมาณ 500,000 สิทธิ ยังต้องรอความชัดเจนเรื่องงบประมาณและเงื่อนไขจากภาครัฐอีกครั้ง แต่ถ้ามองในมุมตลาดหุ้น ภาพของผู้ได้รับประโยชน์เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เพราะเงินเที่ยวหนึ่งก้อนไม่ได้จบอยู่แค่ที่โรงแรม แต่มีโอกาสไหลต่อไปยังร้านอาหาร การเดินทาง ห้างสรรพสินค้า สายการบิน และธุรกิจบริการต่างๆ เรียกว่าถ้าคนออกไปเที่ยว เงินก็มีโอกาสไหลตามออกไปด้วย
สถาบันการเงินต่างๆ มีมุมมองสอดคล้องกัน โดย อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่ากลุ่มโรงแรมจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลัก ชู ERW, AWC และ CENTEL ขณะที่หาก E-Voucher สามารถนำไปใช้กับตั๋วเครื่องบินได้ ก็จะเป็นบวกเพิ่มเติมต่อ AAV ด้าน กรุงศรี มองว่าโครงการนี้จะเป็นบวกต่อ CENTEL และ ERW เป็นพิเศษ โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลในไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว เช่นเดียวกับ กสิกรไทย ที่ให้น้ำหนักไปในทิศทางเดียวกันโดยมองบวกต่อ ERW, CENTEL, AWC, AOT, BA และ AAV รวมถึงกลุ่มค้าปลีกและศูนย์การค้าอย่าง CRC และ CPN เพราะเม็ดเงินไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะธุรกิจโรงแรม แต่กระจายไปตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ
หาก “ไทยช่วยไทยพลัส” และ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดินหน้าต่อพร้อมกัน จะกลายเป็นแรงส่งคนละด้านที่ช่วยกันเติมเศรษฐกิจได้อย่างพอดี โดยโครงการแรกช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนโครงการหลังผลักดันให้ประชาชนออกไปเดินทางและใช้จ่ายกับภาคบริการ นอกจากนี้ หากประกอบกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีความตึงเครียดสูง ความผันผวนของราคาน้ำมันก็ยังเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดต้องจับตา ทำให้หุ้นพลังงานและขนส่งน้ำมันอย่าง PTTEP, PRM, PTT, BCP และ TOP ยังมีโอกาสได้รับความสนใจต่อเนื่อง
ภาพรวมหุ้นที่น่าจับตาจากธีมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบนี้ จึงครอบคลุมตั้งแต่ฝั่งบริโภคและเศรษฐกิจฐานรากอย่าง CPALL, CPAXT, CBG, OSP, ICHI, MTC และ TIDLOR ขยับมาที่ฝั่งท่องเที่ยวอย่าง CENTEL, ERW, AWC, AOT, AAV, BA, CRC และ CPN ตลอดจนกลุ่มพลังงานและขนส่งน้ำมันอย่าง PTTEP, PRM, PTT, BCP และ TOP
ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 1 ในรูปแบบร่วมจ่าย 60/40 จะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน 2569 ส่วนแนวทางของ ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 นั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่ามีความตั้งใจจะผลักดันต่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่อยู่ระหว่างรอประเมินสถานะการเงินและพิจารณาปรับเกณฑ์ใหม่ เช่น สูตร 50:50 แต่ตอนนี้รัฐบาลยังไม่กำหนดวันลงทะเบียนที่ชัดเจน ต้องรอให้เฟสแรกสิ้นสุดลงก่อน ลุ้นๆๆๆๆๆๆ
พูดง่ายๆ คือ ถ้ารัฐบาลยังเดินหน้าเติมเงิน เศรษฐกิจก็มีโอกาสได้แรงประคอง และตลาดหุ้นก็มีโอกาสได้ “หุ้นธีมรัฐ” กลับมาเป็นพระเอกอีกครั้ง