รายงานพิเศษ : CCET ยอดขายโตแรง รับอุตสาหกรรมอิเล็กฯฟื้น ดันกำไรเร่งตัวต่อถึงปีหน้า

CCET ส่งสัญญาณการเติบโตรอบใหม่ หลังยอดขายเดือนมิถุนายนพุ่งกว่า 37% สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก ขณะที่นักวิเคราะห์เชื่อกำไรจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังและปี 2570 พร้อมปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ"
การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก กำลังส่งสัญญาณชัดเจนมากขึ้น หลังผู้ผลิตหลายรายเริ่มเห็นคำสั่งซื้อทยอยกลับมา ทั้งจากกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค อุตสาหกรรม ยานยนต์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ขณะที่การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ระบบคลาวด์ และอุปกรณ์อัจฉริยะ ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก ส่งผลให้ผู้รับจ้างผลิตอิเล็กทรอนิกส์ (EMS) กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง
บมจ.แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (CCET) ก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่เริ่มได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรดังกล่าวอย่างชัดเจน หลังรายงานยอดขายเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 394.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 12.3% จากเดือนก่อน สะท้อนว่าคำสั่งซื้อของลูกค้าเริ่มกลับมาอย่างมีนัยสำคัญ และการฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงระยะสั้น แต่มีทิศทางต่อเนื่อง
ยอดขายที่เร่งตัวขึ้นมีความสำคัญต่อการประเมินแนวโน้มผลประกอบการ เพราะธุรกิจรับจ้างผลิตอิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะพึ่งพาปริมาณการผลิตเป็นหลัก เมื่อกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยจะลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย
สอดคล้องกับมุมมองของบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า ที่คาดว่ากำไรปกติไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 627 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสแรก แม้ยังลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ถือเป็นสัญญาณของการฟื้นตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังรักษาระดับแข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นช่วงที่ผลประกอบการเติบโตโดดเด่นกว่าเดิม จากการฟื้นตัวของวัฏจักรอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับฐานเปรียบเทียบที่ต่ำ และการไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือนในช่วงครึ่งหลังของปีก่อน ส่งผลให้กำไรมีโอกาสเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยปัจจัยบวกดังกล่าว บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้าจึงยังคงประมาณการผลประกอบการปี 2569-2570 พร้อมปรับไปใช้ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2570 ที่ 10 บาทต่อหุ้น และยกระดับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" โดยให้เหตุผลว่า CCET ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม ซึ่งมีโอกาสผลักดันการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงปี 2569-2570
เมื่อพิจารณาทั้งยอดขายที่เติบโตอย่างโดดเด่น การฟื้นตัวของกำไร อัตรากำไรที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มอุตสาหกรรมที่กำลังเข้าสู่รอบขาขึ้น CCET จึงมีองค์ประกอบของหุ้นเติบโต (Growth Stock) ที่น่าสนใจอีกครั้ง โดยหากคำสั่งซื้อยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามทิศทางการลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก บริษัทมีโอกาสสร้างการเติบโตของผลประกอบการได้ต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสให้มูลค่าหุ้นปรับขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจในระยะถัดไป ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนระยะกลางและระยะยาวกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด