จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : PCE ปฏิวัติอุตสาหกรรมปาล์มไทย ปักธงผู้นำ Net Zero รายแรกของธุรกิจ คาร์บอนเครดิตต่อยอดรายได้ใหม่


05 สิงหาคม 2569

PCE รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

PCE เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย หลังประกาศยุทธศาสตร์ผลักดันห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันยั่งยืน ตั้งเป้าก้าวสู่ผู้ประกอบการรายแรกของอุตสาหกรรมที่บรรลุ Carbon Neutrality และ Net Zero ผ่านการพัฒนาเครือข่ายเกษตรกร การสร้างคาร์บอนเครดิต และการยกระดับมาตรฐาน RSPO รับเมกะเทรนด์เศรษฐกิจสีเขียวและกฎการค้าสิ่งแวดล้อมของโลก

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกในทศวรรษนี้ หลายประเทศทยอยประกาศมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมกำหนดเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของกติกาการค้าโลก ส่งผลให้ผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัวเข้าสู่โมเดลธุรกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหภาพยุโรปที่เริ่มบังคับใช้มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และหลายประเทศที่กำลังพัฒนาระบบซื้อขายคาร์บอนเครดิตและภาษีคาร์บอนอย่างจริงจัง

สำหรับประเทศไทย ภาครัฐกำลังผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะวางรากฐานการใช้ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) และมาตรการด้านคาร์บอนในอนาคต ทำให้การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเข้าถึงตลาดโลกและการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) ได้ประกาศยุทธศาสตร์ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย ด้วยการจับมือกับคณะนวัตกรรมเกษตร ประมง และอาหาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ พัฒนาเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยตามมาตรฐาน RSPO พร้อมสร้างห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร

สิ่งที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่น คือการที่ PCE ไม่ได้มุ่งพัฒนากระบวนการผลิตภายในองค์กรเพียงอย่างเดียว แต่ขยายการดำเนินงานไปยังต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการยกระดับศักยภาพของเกษตรกรรายย่อยกว่า 3,800 ราย ให้สามารถผลิตปาล์มน้ำมันตามมาตรฐานสากล RSPO พร้อมตั้งเป้าขยายพื้นที่รับรองมากกว่า 100,000 ไร่ภายในปี 2570 ซึ่งถือเป็นการสร้าง Green Supply Chain ตั้งแต่แหล่งผลิตวัตถุดิบ

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญคือ การพัฒนาคาร์บอนเครดิตร่วมกับเกษตรกรรายย่อย โดยตั้งเป้าขอการรับรองไม่น้อยกว่า 150,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งในรูปแบบของรายได้จากคาร์บอนเครดิต และการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ปาล์มน้ำมันที่ผลิตภายใต้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

ความสำเร็จที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม คือการผลักดันวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันนิคมสหกรณ์พนม ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนมาตรฐาน Standard T-VER เป็นกลุ่มแรกของประเทศไทย พร้อมได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตกว่า 50,469 ตันต่อปี และอยู่ระหว่างการยกระดับสู่ Premium T-VER ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้จากตลาดคาร์บอนในอนาคต

สะท้อนว่า PCE ไม่ได้มองคาร์บอนเครดิตเป็นเพียงกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม แต่กำลังพัฒนาให้เป็นหนึ่งในกลไกสร้างมูลค่าเพิ่มของธุรกิจ ควบคู่กับการเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรคู่ค้า ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว

และที่สำคัญ บริษัทได้ประกาศเป้าหมายก้าวสู่การเป็น ผู้ประกอบการธุรกิจปาล์มน้ำมันรายแรกของประเทศไทย ที่มุ่งบรรลุ Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions ผ่านการพัฒนาคาร์บอนเครดิตและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ ซึ่งหากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย จะถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย และช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสินค้าคาร์บอนต่ำมากขึ้น

ในเชิงธุรกิจ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังช่วยลดความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ CBAM ของสหภาพยุโรป และเตรียมความพร้อมต่อการบังคับใช้กฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศของไทยในอนาคต ขณะเดียวกัน การรับซื้อผลปาล์มสดและคาร์บอนเครดิตจากเครือข่ายเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม ยังช่วยสร้างความมั่นคงของวัตถุดิบ ลดความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับเกษตรกร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน

PCE