รายงานพิเศษ : SSP กลับสู่โหมดเติบโต กำไรฟื้นรับฤดูกาลผลิตไฟฟ้า PDP ใหม่ หนุนโอกาสลงทุนรอบใหญ่

แนวโน้มผลประกอบการของ SSP มีสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่องจากปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเต็มประสิทธิภาพ การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ และโอกาสขยายกำลังการผลิตภายใต้แผน PDP ฉบับใหม่ ทำให้บริษัทกลับมาเป็นหุ้นพลังงานหมุนเวียนที่น่าจับตาอีกครั้ง
กระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดกำลังกลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของเศรษฐกิจโลก หลังหลายประเทศประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ส่งผลให้การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยเองก็กำลังเดินหน้าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในระบบไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนด้านดิจิทัล โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
แนวโน้มดังกล่าวกำลังสร้างโอกาสครั้งสำคัญให้กับผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และหนึ่งในบริษัทที่ได้รับการจับตามองคือ บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) ซึ่งหลังจากผ่านช่วงการปรับฐานของผลประกอบการจากการสิ้นสุดสัญญา Adder ไปแล้ว ปัจจุบันบริษัทกำลังเข้าสู่รอบการฟื้นตัวใหม่ที่มีปัจจัยสนับสนุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้าประเมินว่า แม้กำไรปกติในไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ประมาณ 63 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากผลกระทบของปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าพลังลมในประเทศไทยและเวียดนาม
แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากค่าความเข้มของแสงแดดในประเทศไทยและญี่ปุ่นที่สูงขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ดีขึ้น ขณะเดียวกันโครงการ SPN ก็สามารถเดินเครื่องได้เต็มประสิทธิภาพ หลังจากปีก่อนไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงเพื่อเปลี่ยนแผงโซลาร์เซลล์เหมือนในอดีต
อีกปัจจัยที่ช่วยหนุนผลประกอบการคือ โครงการโรงไฟฟ้าพลังลม TTTV ในประเทศเวียดนาม ซึ่งไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงสายส่งใต้ทะเลเหมือนปีก่อน ทำให้สามารถรับรู้รายได้ได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรในช่วงครึ่งปีแรกคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของประมาณการทั้งปี และปูทางไปสู่การฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง
สิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจมากกว่าตัวเลขกำไรระยะสั้น คือทิศทางผลประกอบการในไตรมาส 3 ซึ่งบล.หยวนต้าคาดว่า จะกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าสู่ฤดูกาลผลิตไฟฟ้าของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น และโรงไฟฟ้าพลังลมในเวียดนาม ประกอบกับโครงการ SPN ที่กลับมาผลิตไฟฟ้าได้เต็มไตรมาส ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตและการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ SSP ยังเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Leo 2 ในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์ ซึ่งเริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ไปก่อนหน้านี้ ทำให้ฐานรายได้ประจำของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น และช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการในระยะยาว อีกทั้งยังสะท้อนถึงความสามารถของบริษัทในการขยายการลงทุนในตลาดต่างประเทศที่มีความมั่นคงด้านนโยบายและอัตรารับซื้อไฟฟ้า
การฟื้นตัวของผลประกอบการในปีนี้จึงไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านฤดูกาลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการทยอยรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งกำลังเริ่มออกดอกออกผล และเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังก้าวเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ หลังผ่านช่วงการปรับฐานของกำไรไปแล้ว