รายงานพิเศษ : PIS พร้อมลุยประมูลงานรัฐขานรับ ยุทธศาสตร์ Big Data พลิกโฉมศก.ไทย รัฐเร่งลงทุน AI-Cloud ขยายโอกาสธุรกิจ

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล หลังรัฐบาลประกาศแผน Big Data ระดับชาติ มุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและ AI อย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อผู้พัฒนาระบบเทคโนโลยีอย่าง PIS ที่มีศักยภาพรองรับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังคณะรัฐมนตรีรับทราบร่างแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) พ.ศ.2568-2570 ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติฉบับแรกที่กำหนดทิศทางการใช้ข้อมูลเป็นหัวใจในการพัฒนาประเทศ นับเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ และเป็นรากฐานสำคัญของการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามายกระดับการบริหารภาครัฐ ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมไทยในอนาคต
นโยบายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการลงทุนของภาครัฐในระยะยาว โดยเฉพาะการเร่งพัฒนา Government Cloud, Government Data Catalog, National Big Data Platform รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่เชื่อมโยงหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน พร้อมผลักดันการพัฒนา AI ภาษาไทย และสร้างฐานข้อมูลที่มีคุณภาพสำหรับการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
เป้าหมายของรัฐบาลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาระบบข้อมูล แต่ยังต้องการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ Big Data ให้เติบโตไม่น้อยกว่า 35% ภายในปี 2570 พร้อมผลักดันประเทศไทยติดอันดับ 25 ประเทศแรกของโลกด้านการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนด้านดิจิทัลจะกลายเป็นวาระแห่งชาติ และมีแนวโน้มได้รับการผลักดันอย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า
การเดินหน้ายุทธศาสตร์ดังกล่าวยังสอดรับกับกระแส Digital Transformation ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรขนาดใหญ่ ต่างเร่งลงทุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบคลาวด์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ระบบวิเคราะห์ข้อมูล และ AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน รองรับการให้บริการประชาชนและลูกค้าในยุคดิจิทัล ส่งผลให้ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้าน System Integration และผู้พัฒนาระบบองค์กรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หนึ่งในบริษัทที่ได้รับอานิสงส์โดยตรง คือ บมจ.โปร อินไซด์ (PIS) ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการออกแบบ ติดตั้ง และบริหารโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร โดยมีความเชี่ยวชาญด้าน System Integration รองรับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน PIS มีงานในมือ (Backlog) สูงถึง 4,358 ล้านบาท ซึ่งสามารถทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต และบริษัทตั้งเป้าผลักดัน Backlog เพิ่มขึ้นแตะระดับ 5,000 ล้านบาทภายในปีนี้ จากการเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่รายได้ปี 2569 คาดว่าจะเติบโต 10-15% และมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจากนโยบายรัฐบาลที่เร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล รวมถึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ
อีกปัจจัยที่สะท้อนศักยภาพการเติบโตของ PIS คือการลงทุนในบริษัท สยาม ดีพ เทค จำกัด (SDT) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำคัญสำหรับการบริหารองค์กร การเข้าลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงช่วยขยายขอบเขตการให้บริการของบริษัทให้ครอบคลุมมากขึ้น แต่ยังสร้างโอกาสในการต่อยอดรายได้ประจำ เพิ่มฐานลูกค้า และยกระดับความสามารถในการแข่งขันในตลาดดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ถือเป็นการวางรากฐานของ New S-Curve ที่จะเข้ามาเสริมการเติบโตในระยะยาว
ขณะเดียวกัน PIS ยังเดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุค AI ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรด้าน Big Data และ AI ไม่น้อยกว่า 160,000 คนภายในปี 2570 ความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี และประสบการณ์ในการบริหารโครงการขนาดใหญ่ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้บริษัทสามารถคว้างานใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
ในมุมมองของนักลงทุน การประกาศยุทธศาสตร์ Big Data ระดับชาติถือเป็นมากกว่าการกำหนดนโยบายด้านเทคโนโลยี แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงการเปิดรอบการลงทุนครั้งใหม่ของประเทศ ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ธุรกิจดิจิทัลในวงกว้าง ทั้งระบบคลาวด์ ศูนย์ข้อมูล AI ความปลอดภัยไซเบอร์ การวิเคราะห์ข้อมูล และระบบบริหารองค์กร ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญและมีผลงานเป็นที่ยอมรับอย่าง PIS อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการคว้าโอกาสจากเมกะเทรนด์ดังกล่าว
เมื่อผสานแรงหนุนจากนโยบายภาครัฐ Backlog ที่อยู่ในระดับสูง การเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง และการขยายธุรกิจผ่านการลงทุนใน ERP ทำให้ PIS มีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตครบทั้งระยะสั้นและระยะยาว พร้อมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์สำคัญจากการลงทุนด้าน Big Data และ AI ของประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มกลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในทศวรรษต่อไป