จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : STARM เร่งลงทุน Digital Finance AI ยกระดับอนุมัติสินเชื่อ หนุนรายได้โตต่อเนื่อง


30 กรกฎาคม 2569

STARM เร่งลงทุน Digital Finance_S2T (เว็บ)_0.jpg

การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อกำลังเปลี่ยนผ่านจากการขยายสาขา สู่การลงทุนด้านแพลตฟอร์มและ AI เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดย STARM เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่เร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ รองรับการเติบโตในอนาคต

"เทคโนโลยี" กำลังเป็นปัจจัยชี้วัดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อ ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่มากกว่าการขยายจำนวนสาขา โดยผู้ให้บริการทางการเงินต่างเร่งลงทุนในแพลตฟอร์มดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบบริหารสินเชื่ออัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และบริหารความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำมากขึ้น สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใช้บริการทางการเงินผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว บมจ.สตาร์ มันนี่ (STARM) ได้ประกาศเดินหน้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งช่องทาง E-Commerce และ LINE Official Account เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้สะดวก รวดเร็ว และไร้ข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ นับเป็นก้าวแรกของการพัฒนาองค์กรสู่การเป็น Digital Lending Platform อย่างเต็มรูปแบบ

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ คือการนำระบบ Loan Origination System (LOS) และ Loan Management System (LMS) มาใช้งานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดย LOS จะเข้ามาบริหารกระบวนการตั้งแต่การรับคำขอสินเชื่อ การตรวจสอบข้อมูล การประเมินความสามารถในการชำระหนี้ การวิเคราะห์ความเสี่ยง ไปจนถึงการอนุมัติสินเชื่ออย่างเป็นระบบ ขณะที่ LMS จะทำหน้าที่บริหารสินเชื่อตลอดอายุสัญญา ทั้งการคำนวณดอกเบี้ย การติดตามการชำระเงิน การบริหารลูกหนี้ และการวิเคราะห์คุณภาพพอร์ตสินเชื่อแบบเรียลไทม์

การนำสองระบบดังกล่าวมาใช้งาน ไม่เพียงช่วยลดขั้นตอนการทำงานและลดการใช้เอกสาร แต่ยังเพิ่มความรวดเร็วในการอนุมัติสินเชื่อ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มศักยภาพในการรองรับจำนวนลูกค้าที่มากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มบุคลากรในสัดส่วนเดียวกัน ส่งผลให้บริษัทสามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

อีกหนึ่งก้าวสำคัญ คือแผนการพัฒนาระบบสินเชื่อดิจิทัลเต็มรูปแบบภายในปี 2571 ผ่าน Web Service และ Mobile Application เพื่อให้ลูกค้าสามารถสมัคร ขออนุมัติ และติดตามสถานะสินเชื่อได้ผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมการเงินที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่บริการแบบดิจิทัลอย่างเต็มตัว

STARM ยังเตรียมนำเทคโนโลยี AI และระบบ Auto-Approve เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการพิจารณาสินเชื่อ โดย AI จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ประเมินความเสี่ยง และคัดเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย ทำให้การอนุมัติสินเชื่อมีความรวดเร็ว แม่นยำ และลดความผิดพลาดจากการพิจารณาแบบใช้แรงงานคน ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ในยุคดิจิทัล

ในมุมของการบริหารความเสี่ยง ระบบดิจิทัลยังเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถติดตามคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ วิเคราะห์พฤติกรรมการชำระหนี้ และตรวจจับสัญญาณความเสี่ยงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยลดโอกาสการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจบนพื้นฐานของคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง

ดังนั้นการลงทุนในแพลตฟอร์มดิจิทัลครั้งนี้ STARM ไม่ได้เพียงยกระดับรูปแบบการให้บริการ แต่กำลังวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน ขยายฐานลูกค้า และต่อยอดการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ในปี 2569 ตามเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ พร้อมสร้าง New S-Curve ให้ธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมสินเชื่อดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

การลงทุนในระบบ LOS, LMS และ AI ของ STARM จึงไม่ใช่เพียงการอัปเกรดระบบไอที แต่เป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจที่จะสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ทั้งด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความสามารถในการบริหารความเสี่ยง และการขยายโอกาสทางธุรกิจในยุคที่บริการทางการเงินกำลังขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลมากกว่าที่เคยเป็นมา