จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : PREB พร้อมเก็บเกี่ยวโอกาสเติบโต หลังรัฐบาลประกาศปีแห่งการลงทุน ดันภาคก่อสร้างเข้าสู่รอบฟื้นตัว


27 กรกฎาคม 2569

PREB พร้อมเก็บเกี่ยวโอกาสเติบโต_S2T (เว็บ)_0.jpg

การผลักดันประเทศไทยสู่ฐานการลงทุนแห่งใหม่ของภูมิภาค เริ่มสะท้อนผ่านเม็ดเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการก่อสร้างโรงงานและอาคารขยายตัว ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อ PREB ที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ประสบการณ์ และศักยภาพการบริหารโครงการ

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "รอบการลงทุนครั้งใหม่" หลังภาครัฐประกาศเดินหน้าผลักดันปี 2569 ให้เป็น "ปีแห่งการลงทุน" พร้อมเร่งดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ทิศทางดังกล่าวไม่เพียงส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการรองรับการลงทุนใหม่ที่กำลังทยอยเกิดขึ้น

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.5% จากประมาณการเดิมที่ 1.6% สะท้อนสัญญาณฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการลงทุนเอกชนที่เริ่มกลับมาขยายตัวอย่างชัดเจน ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้นำสำคัญของภาคก่อสร้าง และสะท้อนว่าความต้องการก่อสร้างโครงการใหม่เริ่มกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากนโยบายของรัฐบาลที่เร่งผลักดันการลงทุนผ่านมาตรการส่งเสริมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) การใช้กลไก Thailand FastPass เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน และการใช้จุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รวมถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีจุดยืนเป็นกลางเชิงรุก (Active Neutrality) ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่กำลังมองหาฐานการผลิตใหม่ ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคของโลก

ภาพดังกล่าวสะท้อนชัดจากตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) ที่มีจำนวน 1,299 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นสัญญาณเชิงบวกว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด

สำหรับภาคก่อสร้าง เม็ดเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นย่อมหมายถึงความต้องการก่อสร้างโรงงาน อาคารสำนักงาน คลังสินค้า และโครงสร้างพื้นฐานที่สูงขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างที่มีศักยภาพในการรองรับโครงการขนาดใหญ่

หนึ่งในบริษัทที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการลงทุนรอบใหม่ คือ บมจ.พรีบิลท์ (PREB) ผู้ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร ที่มีความเชี่ยวชาญในการก่อสร้างอาคารสูง อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล โรงงาน และโครงการที่อยู่อาศัย รวมถึงมีธุรกิจผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้าง ลดระยะเวลาดำเนินงาน และควบคุมคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดแข็งดังกล่าวทำให้ PREB มีความพร้อมรองรับความต้องการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะโครงการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องการผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์และสามารถส่งมอบงานได้ตามมาตรฐานและระยะเวลาที่กำหนด

นอกจากนี้ PREB ยังมีงานในมือ (Backlog) ระดับสูงที่ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้ในระยะสั้น ขณะเดียวกัน การที่เม็ดเงินลงทุนใหม่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง จะเปิดโอกาสให้บริษัทเข้าประมูลงานโครงการใหม่ได้มากขึ้น ส่งผลให้ Backlog มีโอกาสเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีข้างหน้า

ดังนั้นการเร่งลงทุนของภาครัฐและการขยายตัวของการลงทุนเอกชนถือเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากช่วยเพิ่มปริมาณงานในระบบและสร้างโอกาสในการเติบโตของรายได้อย่างยั่งยืน ขณะที่ PREB มีข้อได้เปรียบจากประสบการณ์ที่ยาวนาน ความเชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้างครบวงจร การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และธุรกิจพรีคาสท์ที่ช่วยสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน