รายงานพิเศษ : WP รับอานิสงส์รัฐเปิดมาตรการ กระตุ้น Solar Rooftopรอบใหม่ ดัน New S-Curve หนุนกำไรระยะยาว

นโยบายภาครัฐที่เร่งสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคา จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับ WP ซึ่งเดินหน้าขยายธุรกิจ Solar Rooftop อย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้ายกระดับสัดส่วนกำไรจากธุรกิจดังกล่าวเป็น 30% ของกำไรสุทธิในอีก 1-3 ปี
การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเร่งตัว หลังภาครัฐเตรียมใช้วงเงิน 2 แสนล้านบาท จากพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ผลักดันการติดตั้ง Solar Rooftop ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งนับเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานให้ประชาชน พร้อมเร่งการใช้พลังงานหมุนเวียนในวงกว้าง
นอกจากการช่วยลดค่าไฟฟ้าแล้ว มาตรการดังกล่าวยังช่วยลดอุปสรรคด้านเงินลงทุนเริ่มต้น ซึ่งที่ผ่านมาเป็นข้อจำกัดสำคัญของการติดตั้ง Solar Rooftop โดยเฉพาะในกลุ่มครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อย เมื่อประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำได้ง่ายขึ้น ความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีแนวโน้มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดทั้งหมด
รัฐบาลยังเตรียมบูรณาการการทำงานร่วมกับธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ การไฟฟ้า และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อสร้างระบบสนับสนุนที่ครบวงจร ทั้งด้านเงินทุน การลงทุน และการพัฒนาบุคลากร ซึ่งสะท้อนถึงความจริงจังในการผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และสอดคล้องกับแนวโน้มการใช้พลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตทั่วโลก
สำหรับ บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP) นโยบายดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรง เนื่องจากบริษัทได้ขยายการลงทุนในธุรกิจ Solar Rooftop อย่างต่อเนื่อง และเริ่มสร้างผลตอบแทนที่ชัดเจน โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทรับรู้รายได้จากธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา 9.07 ล้านบาท ซึ่งแม้ยังมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับรายได้รวม แต่เป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรอยู่ในระดับสูง และสร้างกำไรคิดเป็นประมาณ 10% ของกำไรสุทธิของบริษัท
จุดแข็งสำคัญของธุรกิจนี้คือการสร้าง รายได้ประจำ (Recurring Income) จากการจำหน่ายไฟฟ้าในระยะยาว แตกต่างจากธุรกิจซื้อขายพลังงานที่อาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน การมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวช่วยให้บริษัทมีรายได้และกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตธุรกิจและเพิ่มเสถียรภาพของผลประกอบการในระยะยาว
ปัจจุบัน WP มีโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 35 โครงการ มีกำลังการผลิตรวม 10.72 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นฐานรายได้ที่แข็งแกร่ง และพร้อมรองรับการขยายตัวของตลาด หากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐช่วยเร่งให้การติดตั้ง Solar Rooftop เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย บริษัทก็มีโอกาสขยายจำนวนโครงการใหม่ได้ต่อเนื่อง
นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WP ระบุว่า บริษัทตั้งเป้าภายใน 1-3 ปี ให้ธุรกิจ Solar Rooftop มีสัดส่วนกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 30% ของกำไรสุทธิ สะท้อนถึงบทบาทของธุรกิจนี้ในฐานะเครื่องยนต์การเติบโต (New Growth Engine) ที่จะช่วยสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในอนาคต
ดังนั้นการผลักดัน Solar Rooftop ผ่านนโยบายภาครัฐไม่ได้เป็นเพียงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ยังเป็นการสร้างอุปสงค์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในระยะยาว บริษัทที่มีความพร้อมทั้งด้านประสบการณ์ การดำเนินโครงการ และฐานลูกค้า จะมีโอกาสได้รับประโยชน์ก่อนผู้เล่นรายอื่น
สำหรับ WP การต่อยอดจากธุรกิจพลังงานเดิมสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด ช่วยเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้ ลดการพึ่งพาธุรกิจหลักเพียงด้านเดียว และเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่มีความต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากขึ้นในยุคที่ธุรกิจต้องสร้างการเติบโตควบคู่กับความยั่งยืน