จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SAFE เปิดเกมรุกตลาด IVF รับกฎหมายใหม่-ดีมานด์โลกพุ่ง ลุ้นรายได้ครึ่งปีหลังเร่งตัว


20 กรกฎาคม 2569

SAFE เปิดเกมรุกตลาด IVF รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

การเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายอุ้มบุญของภาครัฐ ไม่เพียงเพิ่มโอกาสให้ผู้มีบุตรยากเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่ Medical Hub ระดับภูมิภาค ขณะที่บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมรับอานิสงส์ จากแนวโน้มตลาด IVF ที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ

การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบกับอัตราการเกิดที่ลดลงต่อเนื่อง กำลังกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก จนรัฐบาลหลายแห่งต้องออกมาตรการจูงใจให้ประชาชนมีบุตรมากขึ้น ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ หรือ IVF (In Vitro Fertilization) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก ส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้ถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในธุรกิจการแพทย์ที่มีศักยภาพเติบโตสูงในระยะยาว

ล่าสุด รัฐบาลไทยเดินหน้าปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรือกฎหมายอุ้มบุญ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและมาตรฐานสากล หลังเทคโนโลยีทางการแพทย์มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และความต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ กับการคุ้มครองสิทธิของเด็ก ผู้รับบริการ ผู้ให้กำเนิดแทน และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงยกระดับการกำกับดูแล ป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ และสนับสนุนการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ของภูมิภาค (Medical Hub)

การเคลื่อนไหวดังกล่าว ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างต่อผู้ประกอบการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะ บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากแบบครบวงจร และมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มาอย่างยาวนาน หากกฎหมายอุ้มบุญได้รับการผ่อนคลาย จะช่วยขยายระบบนิเวศ (Ecosystem) ของธุรกิจการเจริญพันธุ์ เพิ่มทางเลือกในการรักษา และดึงดูดผู้ใช้บริการจากทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญต่อการเติบโตของตลาด IVF ในระยะยาว

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี ที่ประเมินว่าตลาด IVF ทั่วโลกในช่วงปี 2567-2573 จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 6-9% ต่อปี จากหลายปัจจัยสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายส่งเสริมการมีบุตรของหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน ออสเตรเลีย เวียดนาม และไทย รวมถึงแนวโน้มการแต่งงานช้าของคนรุ่นใหม่ ส่งผลให้อายุเฉลี่ยของผู้ที่ต้องการมีบุตรสูงขึ้น และต้องพึ่งพาเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มากขึ้น ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ยังช่วยยกระดับอัตราความสำเร็จและความปลอดภัยของการรักษา ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นและตัดสินใจเข้ารับบริการมากขึ้น

SAFE จึงอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบจากทั้งแนวโน้มอุตสาหกรรมและศักยภาพการแข่งขันของบริษัทเอง โดยในช่วงที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างฐานลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือกับโรงพยาบาลชั้นนำ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการและรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สัญญาณการฟื้นตัวเริ่มสะท้อนผ่านจำนวนรอบการเก็บไข่และการย้ายตัวอ่อน (OPU Treatment Cycle) ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 83 รอบต่อเดือน โดยมีแรงหนุนจากทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากอินเดียที่เริ่มเปลี่ยนจากการใช้บริการในดูไบมาเลือกประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากคุณภาพการรักษาอยู่ในระดับสากล ขณะที่ต้นทุนการรักษายังสามารถแข่งขันได้ ส่งผลให้อินเดียกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดยุทธศาสตร์ที่ SAFE คาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในอนาคต ร่วมกับจีน เวียดนาม สิงคโปร์ และญี่ปุ่น

นอกจากนี้ SAFE ยังเดินหน้าขยายบริการผ่านธุรกิจห้องปฏิบัติการภายใต้บริษัท NGG ซึ่งเริ่มให้บริการห้องปฏิบัติการด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากร่วมกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดแหล่งรายได้ และสร้างโอกาสขยายฐานลูกค้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ โดยโมเดลดังกล่าวยังมีศักยภาพในการขยายความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลแห่งอื่นในอนาคต

ผู้บริหารประเมินยังว่า ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 จะเติบโตดีกว่าช่วงไตรมาสแรก จากจำนวนผู้เข้ารับบริการที่ทยอยเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับรายได้จากธุรกิจห้องปฏิบัติการที่เริ่มรับรู้เต็มไตรมาส ขณะที่อัตรากำไรมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของปริมาณผู้ใช้บริการ ซึ่งช่วยให้บริษัทได้รับประโยชน์จาก Operating Leverage ทำให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยลดลง และสนับสนุนการเติบโตของกำไรได้ในอัตราที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้

เมื่อผสานปัจจัยบวกจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย การสนับสนุนของภาครัฐ แนวโน้มการแก้ไขกฎหมายอุ้มบุญ การเติบโตของตลาด Medical Tourism และความสามารถในการแข่งขันของ SAFE ทำให้บริษัทมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ของไทยในระยะยาว หากกฎหมายใหม่ผ่านการอนุมัติและมีผลบังคับใช้ตามแผน ก็อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยเร่งการเติบโตของทั้งอุตสาหกรรม และสร้างโอกาสให้ SAFE ขยายรายได้และฐานลูกค้าสู่ระดับใหม่ในอีกหลายปีข้างหน้า