Talk of The Town

PTTGC ลุยกลยุทธ์เพิ่ม EBITDA แตะระดับกว่า "หมื่นล้านบาท" แย้มดีลร่วมทุน SCC สรุป Q3/69


16 กรกฎาคม 2569

PTTGC ลุยกลยุทธ์_S2T (เว็บ) 2569_0.jpg

PTTGC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแนวทาง “Holistic Optimization” เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานแบบองค์รวม ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มขององค์กร ภายใต้กลยุทธ์ “Digital 3 Smarts” ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และกระบวนการทำงานขององค์กร

นายพรศักดิ์ มงคลตรีรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจเพื่อความเป็นเลิศ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยว่า ในปี 2573 บริษัทจะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม เพิ่มขึ้นอีก 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท ภายหลังจากที่บริษัทดำเนินกลยุทธ์แนวทาง Holistic Optimization 

โดยเป็นการยกระดับประสิทธิภาพแบบองค์รวมของ GC ที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การวางแผน การผลิต ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการทำตลาด รวมถึงปรับกระบวนการทำงาน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อาทิเช่น AI, Robot , Cloud Computing, IoT ฯลฯ มาเป็นส่วนสำคัญในการเสริมแกร่งและสร้างคุณค่า ยกระดับผลประกอบการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในระยะยาว 

ทั้งนี้ Holistic Optimization ประกอบไปด้วย 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบ (Global Feedstock) การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และตลาด (Market-Focused Business Transformation: MFBT) และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain & Operation Optimization) 

พร้อมเสริมแกร่งด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ Digital 3 Smarts ได้แก่ Smart Plant, Smart Sales & Marketing และ Smart Work Process

ในปีที่ผ่านมา GC ได้นำกลยุทธ์ดังกล่าวไปดำเนินการจริงในหลายโครงการสำคัญ ซึ่งสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต การบริหารต้นทุน การลดค่าใช้จ่าย และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการดำเนินงาน”

ด้าน Global Feedstock เป็นการเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบ โดย PTTGC มุ่งเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบ (Feedstock Flexibility) ด้วยการดำเนินโครงการ Olefins Feedstock Security (OFS) การนำเข้าอีเทนจากสหรัฐฯ ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบ สร้างความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน และเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว     

ขณะที่ด้าน Market-focused Business Transformation (MFBT) เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรมและโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาด

GC เดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาด ภายใต้แนวคิด Market-Focused Business Transformation (MFBT) โดยปรับบทบาทจากผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สู่ Total Solution Provider ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ (New Application Product Development: NAPD) แบบครบวงจร ซึ่งทำงานแบบ Co-creation ร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรอย่างใกล้ชิดด้วยศักยภาพของ Innovation Solution Center (ISC) ในการวิจัยและพัฒนาแอปพลิเคชันและโซลูชันใหม่ ๆ สู่โอกาสทางธุรกิจ

ส่วนด้าน Supply Chain & Operation Optimization ถือเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

GC นำเทคโนโลยีดิจิทัล มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารห่วงโซ่อุปทานตลอดทั้ง Value Chain ในส่วนของกระบวนการผลิต GC ได้พัฒนาโรงงานสู่แนวคิด Smart Plant ผ่านโครงการสำคัญ ได้แก่ Plant-Wide Optimization เพิ่มประสิทธิภาพแบบบูรณาการทั้ง Complex

หนึ่งในโครงการสำคัญของ Smart Plant คือ Plant-Wide Optimization ซึ่งใช้ AI และแบบจำลองโรงงาน ในการวิเคราะห์และบริหารการผลิตในระดับทั้ง Complex แทนการปรับปรุงแบบแยกหน่วยผลิต ช่วยให้การวางแผนและการผลิตทำงานสอดประสานกันทั้งเครือข่ายโรงงาน ทำให้สามารถปรับการเดินเครื่องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและผลตอบแทนสูงสุดแบบ Real-Time สร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

Preventive Maintenance การซ่อมบำรุงเชิงรุกด้วย AI และเทคโนโลยีดิจิทัล โดย PTTGC นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในงานซ่อมบำรุงผ่านการดำเนินงาน Asset Intelligent & Preventive Maintenance โดยใช้ AI และ Machine learning วิเคราะห์ข้อมูลในการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ คาดการณ์ความผิดปกติล่วงหน้า รวมถึงได้นำ ดวงตาอัจฉริยะ (AI Vision), Drone และ Robotics มาใช้ตรวจสอบอุปกรณ์ในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของพนักงาน ลดระยะเวลาในการตรวจสอบ และเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์สภาพอุปกรณ์ ส่งผลให้สามารถวางแผนซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุง พร้อมยกระดับเสถียรภาพของโรงงาน

Energy Efficiency สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ด้วย Advanced Heat Integration ซึ่ง PTTGC เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต ลดการปลอดปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 

โดยได้ต่อยอดสู่การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำเทคโนโลยี HERO มาใช้ในระดับอุตสาหกรรม ยกระดับการแลกเปลี่ยนความร้อนภายในโรงงานโดยใช้ AI และ Process Simulation ในการวิเคราะห์รูปแบบการเดินเครื่องของโรงงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ด้าน Price Forecast & Customer Analytics ยกระดับการขาย และเพิ่มโอกาสการขยายตลาดและลูกค้า โดย PTTGC ใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มราคา ต้นทุน และความต้องการของตลาด และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงพาณิชย์ เพื่อการกำหนดราคาขายที่เหมาะสม เพิ่มมูลค่าจากทุกการขาย เรียนรู้พฤติกรรมลูกค้า เพิ่มโอกาสการขยายตลาด และรักษาความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

นอกจากกระบวนการผลิต และการขายแล้ว PTTGC ยังเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน เพื่อเพิ่ม People productivity ด้วย Digital และ AI โดย PTTGC มีการทบทวนปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ Lean และกระชับ ลดกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อน รวมไปถึงนำเครื่องมือ Generative AI ให้เป็นผู้ช่วยดิจิทัลสำหรับพนักงาน ช่วยให้พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถใช้เวลาสร้างคุณค่าที่สูงกว่าให้กับองค์กร

ขณะเดียว PTTGC StandOut Through INnovation วัฒนธรรมองค์กรทำให้นวัตกรรมเกิดขึ้นจริง ด้วยความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มายกระดับการดำเนินงานของ GC ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว 

แต่เกิดจากวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ความแตกต่าง และนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด “GC StandOut Through INnovation” ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรนำความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์การทำงานจริงมาต่อยอดเป็นแนวทางและโซลูชันใหม่ ๆ ที่ช่วยยกระดับการดำเนินงานขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

แผนการร่วมลงทุนกับ SCC 

นายพรศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน กับบริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC คาดว่าจะมีข้อสรุปของแผนการศึกษาร่วมกันภายในไตรมาส 3/69 

โดยก่อนหน้านี้ SCGC และ PTTGC ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อศึกษาการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) โดยจะรวมธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทยเข้าด้วยกัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างผู้นำธุรกิจปิโตรเคมีระดับโลก เพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน ลดต้นทุน