Talk of The Town

รวบมาให้! โบรกฯ ฟันธง 7 หุ้นดัง กำไร Q2 ทะยานเด่น


16 กรกฎาคม 2569

รวบมาให้ 7 หุ้นดัง_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

โบรกฯ เปิดรายชื่อ 7 หุ้นเด่น ผลงานไตรมาส 2/69 ส่งซิกออกมาเด่น ชี้กลยุทธ์ซื้อดักเก็งกำไรก่อนประกาศงบ มักสร้างผลตอบแทนได้ดี

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ในช่วงพรีวิวงบและช่วงรายงานกำไรงบประเมิน 1 ในกลยุทธ์มักสร้างผลตอบแทนดีคือ การเก็งหุ้นที่แนวโน้มงบไตรมาส 2/69 จะออกมาเด่น โดยเน้นไปที่กลุ่มพรีวิวเด่นเติบโตเด่นทั้งช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับที่ Bloomberg คาดหรือหุ้นที่ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว มีหุ้นเด่นดังนี้

กลุ่มที่ไตรมาส 2/69 จะออกมาเด่น โตช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อนหน้า PTTEP, SCC, SCGP, ADVANC, TRUE, BH, IVL, THANI, TNP, MOSHI, BA, AP, INSET, ADVICE และกลุ่มที่ไตรมาส 2/69 ไม่เด่นแต่เป็นจุดต่ำสุดของปีและช่วง ครึ่งปีหลังปี 69 แนวโน้มกำไรจะเร่งขึ้น เน้น KTB, KBANK, AOT, BDMS, EGCO, ICHI , THAI , TFG

สำหรับ Best Pick ADVANC ราคาเป้าหมาย 417 บาท โดยแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 1.36 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกัน และเพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน แรงหนุนจากรายได้จากการให้บริการประกอบกับการควบคุมต้นทุนโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 

โดยรายได้หลักไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) คาด เพิ่มขึ้น 5.6% จากช่วงเดียวกัน และ เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 4.53 หมื่นล้านบาท โดยการเติบโตมาจากธุรกิจมือถือและ FBB จากจำนวนผู้ใช้งานสุทธิและ ARPU ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยรวมคาดกำไรสุทธิทั้งปี 2569 คาดโต 15.9% โดย ADVANC มีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 8.67 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 2.38%

SCC คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 7,603 ล้านบาท ลดลง 56% จากช่วงเดียวกัน, เพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสก่อน หากตัดรายการพิเศษ ด้อยค่าธุรกิจ SCGD -403 ล้านบาท และ stock gain 756 ล้านบาท ออก คาดกำไรปกติราว 7,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147% จากช่วงเดียวกัน, เพิ่มขึ้น 299% จากไตรมาสก่อน 

โดยการฟื้นตัว หนุนจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่กระทบการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งให้โรงผลิตปิโตรเคมีทั่วโลกขาดแคลน feedstock และต้องหยุดผลิต ทำให้ supply ตึงตัวมาก ส่วนต่างราคา HDPE/ PP/ PVC เพิ่มขึ้น รวมถึง SCC ได้การขาย HVA (spread premium กว่าสินค้าปกติอีก 100-150 ดอลลาร์ต่อตัน

นอกจากนี้ ธุรกิจซีเมนต์กำไรเพิ่มตามการปรับราคาขายและ demand ในเวียดนามรวมถึงอินโดฯ โตจากการเร่งลงทุนของภาครัฐ และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ผู้ซื้อเร่งตุนสินค้า และสามารถผลักภาระต้นทุนได้ ทำให้ฟื้นทั้งปริมาณขายและอัตรากำไร โดยรวมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 285 บาท และเป็นหนึ่งใน top pick ธุรกิจหลักฟื้นต่อเนื่องใน 2569-2571 กำไรปกติ เพิ่มขึ้น 108% ต่อปี

IVL ราคาเป้าหมาย 27 บาท คาดกำไรปกติไตรมาส 2/9 ที่ 6,032 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,539% จากช่วงเดียวกัน, และพลิกมีกำไรจากไตรมาสก่อนขาดทุน 1,631 ล้านบาท หนุนจากธุรกิจ PET และ IOD ที่อัตรากำไรฟื้นตัวสูง โดยการปิดช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่ 27 ก.พ. 69 ทำให้ supply ปิโตรเคมีทั่วโลกตึงตัว หนุนส่วนต่างของ IVL เกือบทุกผลิตภัณฑ์ 

นอกจากนี้การขาย PET แบบ contract ในสหรัฐฯ สามารถบวก premium เพิ่มได้ในสภาวะที่ supply ตึงตัว และการแข่งขันของ surfactants (IOD) ในอเมริกาใต้ลดลงจาก supply ที่ตึงตัว โดยรวมยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

BH ราคาเป้าหมาย 210 บาท แนวโน้มไตรมาส 2/69 คาดกำไรสุทธิ ที่ 1,885 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกัน และ เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน เติบโตตามทิศทางรายได้ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการปรับค่ารักษาและ Intensity ที่สูงขึ้น

ขณะที่ Gross margin และ EBITDA margin มีแนวโน้มขยายตัวจาก Case mix ที่ดี สัดส่วนรายได้ผู้ป่วยต่างชาติยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนผลกระทบสถานการณ์สงครามจำกัดกว่าตลาดกังวลไปก่อน และการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

KBANK ราคาเป้าหมาย 260 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 1.30 หมื่นล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกัน ดีกว่าคาดตลาดประเมินเดิม เพราะรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกัน จากรายได้ wealth management ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ลดลง 4% จากการคุมค่าใช้จ่ายภายในองค์กร และค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ลดลง 7% จากปี 2568 เร่งจัดการคุณภาพสินทรัพย์ 

ขณะที่กำไรลดลง 11% จากไตรมาสก่อน เพราะรายได้ดอกเบี้ย (NII) ลดลง 2% จาก NIM ลดลงตามดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ลดลง 8% จากไตรมาสก่อนมีการรับรู้รายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุน (one-off) และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) เพิ่มขึ้น 3% จากค่าใช้จ่าย IT โดยรวมยังคงมุมมองบวกเป็น Top picks ของกลุ่ม จากจุดเด่น บริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี และ คาดหนึ่งในธนาคารที่ได้ประโยชน์จาก Investment Cycle รอบใหม่

AOT ราคาเป้าหมาย 70 บาท มองข้ามไปช่วงครึ่งปีหลังปี 69 คาดจะเติบโตเด่น โดยคาดกำไรปี 2569 ทรงตัวจากช่วงเดียวกัน และเติบโตก้าวกระโดด 58% ในปี 2570 จากมุมมองสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายหนุนการเดินทางและจำนวนนักท่องเที่ยวเร่งขึ้น ผสานผลบวกการปรับเพิ่มค่าภาษีสนามบินขาออกไปต่างประเทศ ส่วนกำไรระยะยาวมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าคาดเดิมจาก AOT มีแผนทบทวนค่า PSC ทุก 5 ปี ทำให้ยังเลือก AOT เป็น Top pick ของกลุ่มการบิน

ICHI ราคาเป้าหมาย 15.5 บาท คาดกำไรปกติไตรมาส 2/69 ที่ 306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกัน , เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อน (ไม่รวมกำไรพิเศษขายที่ดิน 120 ล้านบาท ในไตรมาส 2/68) มองเป็นระดับที่ดี คาด Gross margin ยังบริหารจัดการได้ดีและลดลงเหลือ จากทั้งการปรับ Product mix, การต่อรองคู่ค้า, การคุมค่าใช้จ่าย 

ขณะที่ รายได้แม้มีผลกระทบสินค้าไม่เต็ม shelf จากการผลิตช่วงไตรมาส 2/69 มีช่วง Maintenance เครื่องจักรนานกว่าปกติ 18 วันเป็น 1 เดือนกว่า รวมถึง ไลน์ผลิตน้ำด่างซ้อนทับกับไลน์สินค้าอื่น นอกจากนี้ ไตรมาสดังกล่าวจะเป็นจุดต่ำสุดของรอบก่อนเร่งจากแรงส่งภาวะเอลนีโญ่ไปอีกอย่างน้อย 6-9 เดือน ทำให้คง Positive 

เลือกเป็น Top pick กลุ่มฯ แนะนำ “ซื้อ” จากราคาเป้าหมาย 15.5 บาท อิง P/E 16 เท่า คาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 6.8% และมองแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดแล้วทั้งผลกระทบต้นทุนสูงจากสงคราม, การผลิตกลับมาเป็นปกติไตรมาส 3/69, เข้าช่วงเอลนีโญ่ปลายไตรมาส 3/69 เพิ่มรายได้ และมีน้ำด่างเป็น 3rd product champion