Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 09-07-2569 (วันนี้ศาลฯพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนลบ. กลยุทธ์เล่นหุ้น "ตั้งรับและเลือกเล่นรายตัว”)

แปร๊บบบบ!!! ใจหายวูบ!!! เมื่อวาน SET INDEX ปิดร่วงแรงกว่า -27.88 จุด ประเด็นที่ถูกพูดถึงว่าเป็นกระแสหลักที่ทำให้หุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง มาจากความกังวลในปัจจัยต่างประเทศรอบด้าน ทั้งแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยมี 3 เรื่องสำคัญที่นักลงทุนพูดถึงมากที่สุด
1. ดัชนีดิ่งแรง ปิดร่วง 27.88 จุด (หลุดแนวรับ 1,580)
ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงเทขายอย่างหนักตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในภาคบ่าย ส่งผลให้ SET Index ปิดที่ 1,576.25 จุด ลดลง 27.88 จุด (-1.74%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นเกือบแสนล้านบาท (ประมาณ 97,962 ล้านบาท) โดยกลุ่มผู้เทขายหลักคือกลุ่มสถาบันและพอร์ตโบรกเกอร์
2. สงครามตะวันออกกลางปะทุเดือด ดันราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์พุ่ง
ประเด็นร้อนแรงในเวทีโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงคือ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางรอบใหม่ หลังจากมีการโจมตีทางอากาศและโจมตีเรือพาณิชย์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องความปลอดภัยในเส้นทางขนส่งพลังงานโลก
-ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดตัวขึ้นแรง
-ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจจะกลับมา และอาจส่งผลให้เฟดคงดอกเบี้ยในระดับสูงหรือเข้มงวดนานขึ้น
3. แรงเทขาย "หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี" และหุ้นอิเล็กทรอนิกส์
บรรยากาศการลงทุนถูกกดดันตามตลาดหุ้นโลก (โดยเฉพาะฝั่ง Nasdaq และตลาดหุ้นเอเชียอย่าง Kospi) ที่เกิดการหมุนเงินหรือเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ออกมาหลังจากราคาวิ่งขึ้นไปสูงก่อนหน้านี้ ทำให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในไทยอย่าง DELTA ปรับตัวลดลงและกดดันดัชนีภาพรวม
หลังจากที่ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวร่วงแรงๆๆๆๆ กว่า 27 จุด ทางด้านเทคนิเคิลหลุดแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1,580 จุด ลงมาตามแรงกดดันรอบด้าน สำหรับการลงทุนในวันนี้ (9 กรกฎาคม 2569) กูรูคาดว่าดัชนีจะอยู่ในช่วง "พยายามสร้างฐานและลุ้นรีบาวด์ระยะสั้น"
เนื่องจากดัชนีหลุดกรอบแนวรับจิตวิทยาเดิมไป ทำให้โครงสร้างระยะสั้นเปลี่ยนเป็นลบและเข้าสู่โซนขายมากเกินไป (Oversold) ในกราฟรายวัน:
-แนวรับที่ 1 (แนวรับสำคัญ): 1,570 จุด (คาดว่าจะมีแรงรับซื้อคืนจากการปรับตัวลงแรงเกินไปเพื่อลุ้นทางเทคนิคัล)
-แนวรับที่ 2 (แนวรับถัดไป): 1,550 จุด (กรอบล่างสุดของเดือนกรกฎาคม หากมีปัจจัยลบภายนอกกระแทกซ้ำ)
-แนวต้านที่ 1 (ด่านแรก): 1,585 - 1,590 จุด (อดีตแนวรับเดิมที่เปลี่ยนมาเป็นแนวต้านสำคัญในวันพรุ่งนี้)
-แนวต้านที่ 2 (ด่านถัดไป): 1,600 จุด (แนวต้านจิตวิทยาหลัก)
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ กูรูแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ "ตั้งรับ และเลือกเล่นรายตัว (Selective Buy)" หลีกเลี่ยงการไล่ราคา และเน้นหุ้นกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวมาค้ำจุน โดยแบ่งเป็น 3 ธีมเด่น คือ
1. กลุ่มพลังงานต้นน้ำ (Hedging ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์)
เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด ดันให้น้ำมันพุ่งขึ้น หุ้นพลังงานขุดเจาะจะเป็นตัวพยุงตลาดหลัก..โดยมีหุ้นเด่น คือ PTTEP (มีแนวโน้มรีบาวด์ทางเทคนิคหากยืนเหนือ 132 บาท)
2. กลุ่ม Defensive & หุ้นที่ได้ประโยชน์หากเงินเฟ้อ/ดอกเบี้ยลากยาว
หากบอนด์ยีลด์ (Bond Yield) ยังทรงตัวระดับสูงจากการคาดการณ์เงินเฟ้อโลก หุ้นกลุ่มที่กระแสเงินสดมั่นคง มีปันผลสูง และกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะได้เปรียบ ..โดยมีหุ้นเด่น คือ ADVANC, KBANK, KTB
3. กลุ่ม Domestic Play ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
มองหาหุ้นที่กำไรไตรมาส 2 แข็งแกร่ง หรือได้อานิสงส์จากการบริโภคและการท่องเที่ยวในประเทศที่ไม่ผูกติดกับปัจจัยเทคโนโลยีโลก
-หุ้นเด่น คือ CPALL (ลุ้นกำไร Q2 โตต่อเนื่อง), MTC (โฟลว์สลับเข้ากลุ่ม Mid-Cap) และที่น่าสนใจคือหุ้นกลุ่มบันเทิง/ท่องเที่ยว เนื่องจากได้จิตวิทยาเชิงบวกต่อเนื่องจากการจัดงาน Tomorrowland Thailand 2026 ที่บัตรขายหมดเกลี้ยง (กลุ่มโรงแรมและการบิน เช่น AOT, CENTEL, MINT)
ปล.= โปรดอย่าลืม!!!!! ในวันนี้ (9 กรกฎาคม) พวกเราต้องจับตา ศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการพิจารณาวินิจฉัยข้อกฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาล ซึ่งจะมีผลต่อความเชื่อมั่นด้านเม็ดเงินการลงทุนภาครัฐในประเทศ มีคำแนะนำว่าให้นักลงทุนระยะสั้นจำกัดความเสี่ยงด้วยการกำหนดจุด Stop Loss ทุกครั้ง หากดัชนีหรือราคาหุ้นหลุดแนวรับสำคัญ
โชคดี มีชัย และขอให้ไม่ขาดทุน นะคะทุกคน..เลิฟยู!!!