Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 08-07-2569 (แกะรอยหุ้น GULF-SCB ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้ามากสุด)

ใครที่เห็นดัชนี SET วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ปิดที่ 1,604.13 จุด ลดลง 12.75 จุด พร้อมมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 81,814 ล้านบาท แล้วรีบสรุปว่าต่างชาติกำลังเทขายหุ้นไทย อาจต้องกลับมาดูข้อมูลกันใหม่ เพราะถ้าเปิดดูเพียงตัวเลขหน้ากระดาน ก็อาจตีความผิดไปไกล
เจ๊ลงมือไปแกะรอยข้อมูลการซื้อขายกลับพบว่า ภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่การไหลออกของเงินทุน แต่เป็นการ "สลับพอร์ต" ครั้งใหญ่ของนักลงทุนต่างชาติต่างหาก!!! แม้ภาพรวมจะซื้อสุทธิเพียง 1,054 ล้านบาท แต่เม็ดเงินกลับเคลื่อนย้ายอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหุ้นบิ๊กแคปอย่าง GULF และ SCB เป็นสองจุดหมายหลักของ Fund Flow ในรอบนี้
เริ่มกันที่ GULF หุ้นที่หลายคนตกใจเมื่อเห็นราคาปิดที่ 62.75 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ 2.72% พร้อมมูลค่าการซื้อขายเกือบ 6,000 ล้านบาท ภาพบนกระดานดูเหมือนกำลังถูกแรงขายถล่ม แต่เมื่อเปิดข้อมูล NVDR กลับพบว่า GULF เป็นหุ้นที่ต่างชาติซื้อสุทธิมากที่สุดของวัน
นั่นหมายความว่า สิ่งที่เห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงอาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
แรงกดดันที่ทำให้ราคาหุ้นอ่อนตัวในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากรายการบิ๊กล็อตของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาให้กับตลาด จนนักลงทุนระยะสั้นรีบขายทำกำไรออกมา แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักลงทุนสถาบันต่างชาติกลับใช้จังหวะที่ราคาย่อตัวเข้ามาเก็บของอย่างเงียบ ๆ
เหตุผลก็ไม่ซับซ้อน เพราะช่วงนี้เม็ดเงินทั่วเอเชียกำลังเริ่มหมุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ หลังเผชิญแรงกดดันจากผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ก่อนจะไหลกลับเข้าสู่หุ้นขนาดใหญ่ที่มีรายได้มั่นคง กระแสเงินสดแข็งแกร่ง และมีความผันผวนน้อยกว่า ซึ่ง GULF ก็ยังเป็นหนึ่งในหุ้นที่ตอบโจทย์ดังกล่าวได้ดีที่สุด
เจ๊จิ๋มจึงมองว่า การที่ราคาหุ้นลงในวันนี้ ไม่ได้สะท้อนว่าปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยน แต่เป็นเพียงการเปิดโอกาสให้เม็ดเงินระยะยาวเข้ามาสะสมในราคาที่น่าสนใจมากกว่า
ส่วนอีกฟากหนึ่งคือ SCB กลับโดดเด่นสวนกระแส ดัชนีจะอ่อนตัว แต่หุ้นธนาคารใหญ่กลับปิดที่ 153.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายเกือบ 3,600 ล้านบาท และยังติดอันดับหุ้นที่ต่างชาติซื้อสุทธิผ่าน NVDR สูงที่สุดของวันเช่นกัน
ภาพนี้สะท้อนชัดว่า เม็ดเงินต่างชาติเริ่มหันมาหาหุ้นที่มีความมั่นคงมากขึ้น เพราะเมื่อความผันผวนของหุ้นเติบโตสูงเริ่มเพิ่มขึ้น นักลงทุนสถาบันทั่วโลกก็มักลดความเสี่ยงด้วยการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่กำไรแข็งแกร่ง จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ และมีฐานะการเงินมั่นคง ซึ่งกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างลงตัว
ยิ่งเมื่อเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ความคาดหวังว่ากลุ่มธนาคารจะยังรักษาระดับกำไรได้ดี จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ยังอยู่ในระดับเอื้อต่อการทำกำไร ก็ยิ่งช่วยดึงดูดเม็ดเงินให้ไหลเข้าสู่ SCB รวมถึง KBANK และ BBL อย่างต่อเนื่อง
เมื่อเอาภาพทั้งหมดมาต่อกัน เจ๊จิ๋มเชื่อว่าวันนี้ตลาดได้ส่งสัญญาณสำคัญให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ต่างชาติไม่ได้กำลังหนีออกจากตลาดหุ้นไทย แต่กำลัง "เปลี่ยนที่จอดเงิน"
หุ้นที่มีความผันผวนสูงเริ่มถูกลดน้ำหนัก ขณะที่หุ้นบิ๊กแคปพื้นฐานแข็งแกร่งกลับได้รับความสนใจมากขึ้น GULF แม้ราคาจะถูกกดดันจากแรงขายเฉพาะตัว แต่กลับมีต่างชาติรอรับอยู่ด้านล่าง ส่วน SCB ก็กลายเป็นหนึ่งในหลุมหลบภัยของเม็ดเงินในช่วงที่ตลาดยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ขอสะกิดซักนิด!!! เวลาติดตามทิศทาง Fund Flow อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับดัชนีที่ปรับตัวลง เพราะดัชนีอาจบอกได้เพียงอารมณ์ของตลาด แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า "เงินกำลังเดินไปทางไหน"
ต้องมองให้ลึกถึงปลายทางของเม็ดเงินในหุ้นรายตัว เพราะหลายครั้งคำตอบของตลาดไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขสีแดงบนหน้าจอ แต่อยู่ที่หุ้นตัวไหนที่ต่างชาติเลือกเก็บในวันที่คนส่วนใหญ่กำลังหวาดกลัว และสำหรับเกมวันที่ 7 กรกฎาคม คำตอบก็ดูจะชัดเจนว่า เม็ดเงินยังคงเลือกพักอยู่กับหุ้นคุณภาพดีที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง แม้ตลาดจะยังผันผวนก็ตาม