Talk of The Town

PTTEP แจ้งงบสิ้นเดือนนี้ โบรกฯ คาดกำไรนิวไฮ 2.6 หมื่นลบ. เตรียมรับปันผลกลางปี 4.20 บาท


07 กรกฎาคม 2569

PTTEP แจ้งงบ_S2T (เว็บ) 2569_0.jpg

จับตา 31 ก.ค.นี้ PTTEP จะประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 โบรกฯ คาดกำไรสุทธิ 2.6 หมื่นล้านบาท เติบโต 90% จากช่วงเดียวกันขิงปีก่อน เป็นสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส ชูเงินปันผลสูง คาดครึ่งปีแรกที่ 4.20 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 3.1% เชิงกลยุทธ์มองว่าหุ้น เป็นตัวเลือกเก็งกำไรระยะสั้นได้

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า คาดวันที่ 31 ก.ค.นี้ PTTEP จะประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 โดยคาดจะมีกำไรสุทธิ 2.6 หมื่นล้านบาท เติบโต 117% จากไตรมาสก่อน และเติบโต 90% จากช่วงเดียวกันขิงปีก่อน เป็นสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส 

โดยหนุนจากกำไรปกติที่เร่งตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดูไบเป็น 96 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เพิ่ม 11% จากไตรมาสก่อน และเพิ่ม 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ภายใต้สถานการณ์สงคราม และการกลับรายการขาดทุน Hedging ราว 3 พันล้านบาท 

สำหรับผลการดำเนินงานปกติ แม้คาดว่าต้นทุนผลิต Unit Cost จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เป็น 30 ดอลาร์สหรัฐบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ จากค่าภาคหลวง, ค่าใช้จ่ายสำรวจและขุดเจาะ, ค่าจัดจำหน่ายหลุมสำรวจ 

อย่างไรก็ตาม กำไรปกติคาดเพิ่ม 11% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาขายเฉลี่ย 52.5 ดอลาร์สหรัฐบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่ม 14% จากไตรมาสก่อน และเพิ่ม 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติได้แรงหนุนอุปทานตึงตัวช่วงสงคราม และรอบปรับราคาขายใน แหล่งก๊าซไทยและเมียนมา นอกจากนี้ปริมาณขายคาดเพิ่มเป็น 5.65 แสนบาร์เรล เพิ่ม 2% จากไตรมาสก่อน  12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเรียกรับก๊าซของโครงการในอ่าวไทย และรอบส่งมอบน้ำมันของโครงการในแอลจีเรีย

โดยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 69 ที่ 6.8 หมื่นล้านบาท แม้ภาพรวมผลประกอบการปี 69 ยังแข็งแกร่ง เติบโต13% จากปีก่อน , ROE สูง 14% และเงินปันผล Dividend Yield 6.7% 

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มไตรมาส 2/69 เป็นจุดสูงสุดของปี โมเมนตัมกำไรครึ่งหลังปี 69 คาดชะลอตัวจากครึ่งปีแรก ตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก และปริมาณขายช่วงไตรมาส 3/69 ลดลงจากไตรมาสก่อน จากการปิดซ่อมบำรุง โครงการในอ่าวไทย หลังช่วงก่อนหน้าเร่งผลิตเพื่อรองรับความต้องการใช้ช่วงสงครามในตะวันออกกลาง

ขณะที่ ปรับราคาเหมาะสมเป็น 150.00 บาท จากการปรับเพิ่มอัตราคิดลด WACC เป็น 10.7% (เดิม 10%) อ้างอิง Adjusted Beta ที่ 1.3, Rm 10.5%, Rf 2% สะท้อนทิศทางผลประกอบการ และราคาน้ำมันกำลังผ่าน จุดสูงสุด หลัง War Risk Premium คลายตัว ทางพื้นฐานมีมุมมองบวกต่อหุ้นน้อยลง ทั้งนี้ยังคงคำแนะนำ TRADING มองว่าระยะสั้นด้วยราคาน้ำมันที่ Downside จำกัด แนวโน้มไตรมาส 2/69 แข็งแกร่ง (เป็นจุดสูงสุดของปี) และเงินปันผลสูง (คาดครึ่งปีแรกที่ 4.20 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 3.1%) เชิงกลยุทธ์มองว่าหุ้น เป็นตัวเลือกเก็งกำไรระยะสั้นได้