จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : PANEL เร่งเครื่องสู่ยุคใหม่ JUMP+ ปลดล็อกศักยภาพการเติบโต โรงงานใหม่หนุนรายได้ 3 เท่า ลุยตลาดต่างประเทศ


03 กรกฎาคม 2569


PANEL เร่งเครื่องสู่ยุคใหม่_S2T (เว็บ)_0.jpg

การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของ PANEL ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเติบโต หลังวางยุทธศาสตร์ขยายตลาด ลงทุนโรงงานแห่งใหม่ และยกระดับองค์กรด้วยระบบดิจิทัลและ Lean Management เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หนุนรายได้และกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

การตัดสินใจร่วมโครงการ JUMP+ ของ บมจ.เพเนเล่ส์มาติก โซลูชั่นส์ (PANEL) ไม่ได้เป็นเพียงการเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพองค์กร แต่เป็นการประกาศโรดแมปการเติบโตระยะยาวที่ชัดเจน ผ่านการลงทุนด้านกำลังการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขยายตลาด และการยกระดับประสิทธิภาพองค์กร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและผลักดันการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็กประเมินว่า กลยุทธ์ภายใต้โครงการ JUMP+ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับ PANEL จากผู้เชี่ยวชาญด้านผนังกันเสียงเคลื่อนที่ ระบบประตูห้องผ่าตัดอัตโนมัติ และระบบทางเข้าออกอัจฉริยะ สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านอาคารและนวัตกรรมทางการแพทย์แบบครบวงจร ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากตลาดที่มีมูลค่าสูงมากขึ้น

โดยหัวใจสำคัญของแผน JUMP+ คือการลงทุนโรงงานแห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมชุมนุมทรัพย์ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของบริษัท

เมื่อโรงงานแห่งใหม่เริ่มดำเนินงานเต็มประสิทธิภาพ บริษัทคาดว่าจะสามารถรองรับรายได้เพิ่มขึ้นได้มากกว่าเดิมถึง 3 เท่า พร้อมยกระดับกระบวนการผลิตด้วยเครื่องจักรสมัยใหม่และระบบอัตโนมัติ ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย เพิ่มอัตรากำไร และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

การมีศักยภาพการผลิตที่สูงขึ้น ยังเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถรองรับงานโครงการขนาดใหญ่ได้มากขึ้น ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต

นอกจากการเพิ่มกำลังการผลิตแล้ว PANEL ยังใช้ JUMP+ เป็นเครื่องมือในการขยายธุรกิจไปยังตลาดที่มีศักยภาพสูง ทั้งกลุ่มนวัตกรรมห้องผ่าตัดครบวงจร (Total Operating Room Solution) โรงแรมระดับพรีเมียม โครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมรุกตลาดต่างประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งจะช่วยกระจายแหล่งรายได้ ลดการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ และเพิ่มโอกาสสร้างการเติบโตในระยะยาว

อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุน คือ แนวโน้มการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การขยายตัวของโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงนโยบายผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการแพทย์ของภูมิภาค ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการของ PANEL อย่างต่อเนื่อง

โครงการ JUMP+ ยังมุ่งเน้นการยกระดับองค์กรด้วยระบบดิจิทัลและวัฒนธรรม Lean เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต และเพิ่มความรวดเร็วในการส่งมอบงาน

ดังนั้นการปรับโครงสร้างองค์กรในครั้งนี้ จะช่วยให้ PANEL มีความคล่องตัวมากขึ้น สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการขยายตัวของธุรกิจ และสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ขณะที่อีกหนึ่งจุดแข็งของ PANEL คือฐานะการเงินที่อยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เพียง 0.13 เท่า ณ สิ้นปี 2568 สะท้อนความสามารถในการรองรับการลงทุนตามแผนได้อย่างมั่นคง

จากแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว PANEL ตั้งเป้ารายได้เพิ่มเป็น 220 ล้านบาทในปี 2569  และเป็น 300 ล้านบาทในปี 2570 และ 400 ล้านบาทในปี 2571 หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 39% ต่อปี พร้อมตั้งเป้าเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นการเข้าร่วมโครงการ JUMP+ จึงเป็นมากกว่าการเข้าร่วมโครงการพัฒนาองค์กร แต่เป็นการวางรากฐานการเติบโตครั้งสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกกำลังการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ และเสริมศักยภาพการแข่งขันของบริษัทอย่างรอบด้าน หากดำเนินการได้ตามแผน จะช่วยผลักดันรายได้และกำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว