จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : IND รับแรงหนุนการลงทุนรัฐ เม็ดเงินโครงสร้างพื้นฐานทะยาน Backlog แกร่ง หนุนการเติบโตระยะยาว


03 กรกฎาคม 2569

IND รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

PwC ประเมินประเทศไทยกำลังเข้าสู่รอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งสำคัญ ทั้งด้านคมนาคม ดิจิทัล และสาธารณสุข ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ IND เพิ่มการรับงานใหม่ เสริม Backlog และผลักดันการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะยาว

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่รอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหม่ หลังรายงาน PwC Global Infrastructure Outlook ประเมินว่า เม็ดเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เป็น 28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2593 หรือขยายตัวประมาณ 56% สะท้อนการเร่งลงทุนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายตัวของเมือง และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

แนวโน้มดังกล่าวนับเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ประกอบการด้านวิศวกรรมและที่ปรึกษาโครงการ โดยเฉพาะบมจ.อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (IND) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และการบริหารโครงการขนาดใหญ่ ที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนในช่วงหลายปีข้างหน้า

ซึ่ง PwC ระบุว่า การลงทุนของไทยในช่วง 5-10 ปีข้างหน้าจะกระจุกตัวอยู่ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มงานที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ วิศวกรรม และการบริหารโครงการ

โครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการผลักดัน อาทิ รถไฟความเร็วสูง รถไฟเชื่อมสามสนามบิน สนามบินอู่ตะเภา เมืองการบินภาคตะวันออก ระบบรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนโครงการ Data Center และระบบสาธารณูปโภคใหม่ ๆ จะสร้างความต้องการบริการด้านวิศวกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในฐานะบริษัทที่มีประสบการณ์ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ IND จึงอยู่ในตำแหน่งที่มีความได้เปรียบในการเข้าร่วมประมูลงานใหม่ และต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่โครงการที่มีมูลค่าสูงขึ้น

ขณะที่ผลงานในระยะสั้น ดร.พรลภัส ณ ลำพูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IND ประเมินว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 จะยังขยายตัวได้ดี ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้าง และการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐ

ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) มูลค่าประมาณ 1,942 ล้านบาท ซึ่งเป็นฐานรายได้ที่รองรับการรับรู้รายได้ในระยะต่อไป ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าประมูลงานใหม่ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มมูลค่างานในมือและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งเมกะเทรนด์สำคัญ คือ การเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามการขยายตัวของเทคโนโลยี AI, Cloud Computing และเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสดึงดูดการลงทุนจากผู้ประกอบการระดับโลก ส่งผลให้ความต้องการบริการด้านวิศวกรรม การออกแบบ และการบริหารโครงการเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกตลาดที่มีศักยภาพสำหรับ IND ในการต่อยอดการเติบโต

ดังนั้นจุดแข็งของ IND ไม่ได้อยู่เพียงงานในมือที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ยังอยู่ที่การมีความพร้อมรองรับวัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรอบใหม่ของประเทศ

เมื่อภาครัฐเดินหน้าผลักดันเมกะโปรเจกต์อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการลงทุนด้านดิจิทัล พลังงาน และสาธารณสุข จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรับงานใหม่ เสริม Backlog และสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะยาว

ด้วยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และการเข้าร่วมประมูลงานอย่างต่อเนื่อง IND จึงอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมเก็บเกี่ยวโอกาสจากเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังขยายตัว ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อผลการดำเนินงานและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในอนาคต

IND