รายงานพิเศษ : TFG โชว์ศักยภาพธุรกิจครบวงจร เครดิตขยับ MSCI-SET50 รับเข้าคำนวณ สะท้อนพื้นฐานแกร่งเดินหน้าสร้างการเติบโต

บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุน หลังได้รับข่าวดีพร้อมกันจากสองปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การที่บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันเป็นระดับ BBB+ จากเดิม BBB และการได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณใน MSCI Global Small Cap Index ควบคู่กับ SET50 ซึ่งสะท้อนถึงพัฒนาการของบริษัททั้งในด้านผลประกอบการ ฐานะการเงิน และศักยภาพการเติบโตที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
การปรับเพิ่มขึ้นอันดับเครดิตของทริสเรทติ้ง ครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเป็นการยืนยันว่าพื้นฐานธุรกิจของ TFG แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากความสามารถในการสร้างกำไร การบริหารภาระหนี้ที่มีประสิทธิภาพ และการมีฐานกระแสเงินสดที่มั่นคง
โดยปัจจัยที่ทริสเรทติ้งให้ความสำคัญ คือ การเติบโตของธุรกิจค้าปลีกภายใต้แบรนด์ Thai Foods Fresh Market ซึ่งปัจจุบันสร้างรายได้ประมาณ 40% ของรายได้รวม และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของโมเดล Market Driven ที่ช่วยลดการพึ่งพาความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร ทำให้โครงสร้างรายได้ของบริษัทมีเสถียรภาพ สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งการปรับเพิ่มอันดับเครดิตไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่ดีขึ้น แต่ยังสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือทางการเงินของบริษัท ช่วยให้ TFG มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนภายใต้ต้นทุนที่แข่งขันได้ เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสภาพคล่อง และรองรับการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
เพราะเมื่อบริษัทสามารถระดมทุนด้วยต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ย่อมส่งผลเชิงบวกต่อความสามารถในการทำกำไร และช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
อีกหนึ่งปัจจัยบวกที่มีนัยสำคัญ คือ การได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณใน MSCI Global Small Cap Index และ SET50 ถือเป็นดัชนีอ้างอิงสำคัญของกองทุนและนักลงทุนสถาบันทั่วโลก
และยังสะท้อนว่าหุ้น TFG มีคุณสมบัติด้านมูลค่าหลักทรัพย์ สภาพคล่องในการซื้อขาย และคุณภาพของกิจการอยู่ในระดับที่ได้รับการยอมรับ ส่งผลให้มีโอกาสได้รับเม็ดเงินลงทุนจากกองทุนที่อ้างอิงดัชนี ทั้งกองทุนเชิงรับ (Passive Fund) และกองทุนเชิงรุก (Active Fund) ส่งผลให้สภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ฐานนักลงทุนมีความหลากหลาย และช่วยลดข้อจำกัดด้านการเข้าถึงหุ้นของนักลงทุนสถาบัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการสะท้อนมูลค่าพื้นฐานของบริษัทได้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว
นอกจากนี้ TFG ยังวางเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 10-15% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยมีธุรกิจค้าปลีกเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ควบคู่กับการขยายกำลังการผลิตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และการลงทุนในประเทศเวียดนาม ทั้งโรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์มไก่ และฟาร์มสุกร เพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการบริโภคในภูมิภาค กลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยกระจายฐานรายได้ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป ทำให้บริษัทมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ดังนั้นการได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตและการได้รับคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี MSCI Global Small Cap Index และ SET50 ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของ TFG ทั้งด้านผลประกอบการ ฐานะการเงิน และคุณภาพของกิจการ