รายงานพิเศษ : SA เติมพลังการเติบโต รับอานิสงส์นโยบายโซลาร์ภาครัฐ ยกระดับบ้านประหยัดพลังงาน เพิ่มมูลค่าโครงการ

นโยบายสนับสนุนโซลาร์ภาคประชาชน ปัจจัยหลักผลักดัน “ตลาดบ้านประหยัดพลังงาน”ให้เติบโต กระตุ้นผลงาน SA ที่เน้นให้ความสำคัญกับนวัตกรรมพลังงานสะอาดและการพัฒนาโครงการตามแนวคิด ESG สร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าโครงการ และเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน
ในที่สุดภาครัฐก็เปิดรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่ช่วยเร่งการใช้พลังงานสะอาดในประเทศไทย และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง รวมถึงจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าแล้ว ยังส่งผลเชิงบวกต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการประหยัดพลังงาน
หนึ่งในบริษัทที่มีความพร้อมรับอานิสงส์จากนโยบายดังกล่าว คือ บมจ.ไซมิส แอสเสท (SA) ซึ่งได้ทยอยนำเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูงมาใช้ในโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน
การที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับผู้เข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง จะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคเห็นความคุ้มค่าของการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบได้ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยที่ติดตั้งระบบโซลาร์ตั้งแต่ต้นมีความน่าสนใจและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมากขึ้น
SA ได้เลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์ N-type Bifacial TOPCon ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของแผง พร้อมกำลังการผลิตสูงสุดถึง 610 วัตต์ต่อแผง ทำให้มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูงกว่าระบบทั่วไป
เทคโนโลยีดังกล่าวยังเหมาะกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย เนื่องจากมีค่าการสูญเสียประสิทธิภาพจากอุณหภูมิต่ำ รองรับการใช้งานในระยะยาว และช่วยลดปัญหา micro-crack ที่อาจกระทบประสิทธิภาพของแผงในอนาคต
การเลือกใช้เทคโนโลยีระดับสากลตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาโครงการ ทำให้ SA สามารถสร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น และเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการในสายตาของผู้ซื้อบ้านยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานและการลดค่าใช้จ่ายระยะยาว
แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพการอยู่อาศัยและความยั่งยืน ผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสำคัญกับบ้านที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และรองรับการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมให้ประชาชนเป็นทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตไฟฟ้า (Prosumer) จะยิ่งเร่งให้ระบบโซลาร์กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของบ้านยุคใหม่ ส่งผลให้โครงการของ SA ซึ่งเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า มีโอกาสได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น และช่วยสนับสนุนการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
สำหรับ SA การลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มฟังก์ชันให้กับโครงการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสร้างการเติบโตระยะยาว โดยมุ่งพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพชีวิต การลดต้นทุนพลังงาน และการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG
ดังนั้นนโยบายสนับสนุนโซลาร์ภาคประชาชนของรัฐบาล จึงถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมศักยภาพของ SA เนื่องจากบริษัทมีความพร้อมในการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้เชิงพาณิชย์แล้ว ทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ เพิ่มความน่าสนใจของสินค้า ขยายโอกาสในการสร้างยอดขาย และเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์