รายงานพิเศษ : SSP เร่งเกมรุกต่างประเทศ ลงทุนวินด์ฟาร์มยักษ์ในฟิลิปปินส์ เพิ่มความแข็งแกร่งสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

SSP เดินหน้าลงทุนต่างประเทศต่อเนื่อง ผ่านโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดพลังงานที่เติบโตเร็วของอาเซียน การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของพอร์ตโรงไฟฟ้า กระจายความเสี่ยง และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
การขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศของ บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) กำลังเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม หลังบริษัท บาโก เนกรอส เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (BNEC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เริ่มก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม "Bago Wind Farm" กำลังการผลิตติดตั้ง 150 เมกะวัตต์ ในเมืองบาโก ประเทศฟิลิปปินส์ ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการยกระดับการเติบโตสู่ตลาดพลังงานหมุนเวียนระดับภูมิภาค
โครงการดังกล่าวนับเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ SSP ก่อตั้งบริษัท สะท้อนถึงศักยภาพทั้งด้านเงินลงทุน ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการ และความเชื่อมั่นจากภาครัฐของฟิลิปปินส์ที่ให้การสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง
การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มกำลังการผลิตอีก 150 เมกะวัตต์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง "ฐานรายได้แห่งใหม่" ที่จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งของผลประกอบการในระยะยาว โดยบริษัทตั้งเป้าเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2570
ซึ่งฟิลิปปินส์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนสูงที่สุดแห่งหนึ่งของอาเซียน จากการเติบโตของเศรษฐกิจ จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง ขณะเดียวกันรัฐบาลฟิลิปปินส์ยังมีนโยบายผลักดันการใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
ด้วยปัจจัยดังกล่าว ทำให้ตลาดพลังงานหมุนเวียนของฟิลิปปินส์ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปพัฒนาโครงการใหม่ได้อีกจำนวนมาก ส่งผลให้การลงทุนของ SSP มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว พร้อมเปิดประตูสู่การขยายโครงการเพิ่มเติมในอนาคต
โดยนักวิเคราะห์มองว่า การมีสินทรัพย์ผลิตไฟฟ้ากระจายอยู่หลายประเทศ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า เพราะช่วยลดการพึ่งพารายได้จากประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงอย่างเดียว
สำหรับ SSP การขยายการลงทุนไปยังฟิลิปปินส์จะช่วยกระจายความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ เศรษฐกิจ และสภาวะการแข่งขันในประเทศไทย ขณะเดียวกันยังทำให้บริษัทมีโอกาสรับรู้รายได้จากตลาดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตสูง ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพของกระแสเงินสดในระยะยาว
นอกจากนี้ โครงการ Bago Wind Farm ยังช่วยเพิ่มสัดส่วนพอร์ตพลังงานลมของบริษัท ทำให้โครงสร้างสินทรัพย์มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่น รองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
โรงไฟฟ้า Bago Wind Farm ครอบคลุมพื้นที่ 7 หมู่บ้านในเมืองบาโก โดยจะติดตั้งกังหันลมจำนวน 23 ต้น กำลังการผลิตรวม 150 เมกะวัตต์ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปี
การเริ่มต้นก่อสร้างถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า SSP สามารถผลักดันโครงการขนาดใหญ่ในต่างประเทศจนเข้าสู่ระยะก่อสร้างได้สำเร็จ ซึ่งสะท้อนความพร้อมของบริษัททั้งด้านการบริหารโครงการ การจัดหาเงินทุน การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ และการบริหารความเสี่ยงในการลงทุนระหว่างประเทศ
เมื่อโครงการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ จะช่วยเพิ่มรายได้ประจำ (Recurring Income) จากการจำหน่ายไฟฟ้า ควบคู่กับการสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของธุรกิจโรงไฟฟ้า
ขณะเดียวกันการเดินหน้าก่อสร้าง Bago Wind Farm ยังเป็นอีกก้าวสำคัญสู่เป้าหมายของ SSP ที่ต้องการเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งแตะระดับ 1,000 เมกะวัตต์ภายในระยะเวลา 5 ปี
เมื่อโครงการขนาดใหญ่ทยอยเปิดดำเนินการ จะช่วยให้บริษัทมีสินทรัพย์ที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับการเติบโตของผลประกอบการในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยยกระดับสถานะของ SSP จากผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าในประเทศไทย สู่การเป็นผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนระดับภูมิภาคที่มีพอร์ตการลงทุนกระจายในหลายประเทศ