จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : EP รับแรงหนุนสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม พลังงานสีเขียวขึ้นแท่น ความร่วมมือยุทธศาสตร์ 2ประเทศ


29 มิถุนายน 2569

EP รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

ความร่วมมือด้านพลังงานสีเขียวที่รัฐบาลไทยและเวียดนามผลักดันร่วมกัน สอดรับกับยุทธศาสตร์การลงทุนของ EP ในเวียดนาม ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมเต็มรูปแบบ พร้อมรับปัจจัยบวกจากการได้รับ Final FIT ที่จะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต

การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนาม ในโอกาสครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต โดยทั้งสองประเทศประกาศเดินหน้ายกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การผลักดันยุทธศาสตร์ "3 Connect" ซึ่งครอบคลุมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น และการเชื่อมโยงด้านพลังงานสีเขียว สะท้อนให้เห็นว่า พลังงานหมุนเวียนกำลังกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของความร่วมมือระหว่างสองประเทศในระยะยาว

สำหรับภาคเอกชนไทย ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการขยายการลงทุนในเวียดนาม โดยเฉพาะผู้ประกอบการด้านพลังงานสะอาดที่เข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ บมจ. อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป (EP)  ที่ใช้เวลากว่า 5 ปีในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม จนสามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ครบทุกโครงการ

ปัจจุบัน EP มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ได้แก่ Che Bien Tay Nguyen Wind Power Plant Project (CBTN) และ Phat Trien Mien Nui Wind Power Plant Project (PTMN) ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ส่งผลให้บริษัทก้าวเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุน หลังจากใช้เวลาในการพัฒนาโครงการมาอย่างต่อเนื่อง

การที่รัฐบาลเวียดนามเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และยกระดับความร่วมมือกับประเทศไทยด้านพลังงานสีเขียว ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติว่า เวียดนามยังคงเป็นตลาดที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของ EP ทั้งในปัจจุบันและการขยายโครงการในอนาคต

อีกปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตา คือ การที่โครงการของ EP เตรียมได้รับอัตรารับซื้อไฟฟ้า Final FIT ครบถ้วนภายในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งจะทำให้บริษัทได้รับเงินจากการจำหน่ายไฟฟ้าเต็ม 100% จากเดิมที่ได้รับเพียงประมาณครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้กระแสเงินสดและฐานะทางการเงินมีความแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อรายได้จากโครงการในเวียดนามเข้ามาอย่างเต็มที่ ประกอบกับการได้รับเงินค่าขายไฟฟ้าเต็มจำนวน จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง และเพิ่มศักยภาพในการบริหารโครงสร้างทางการเงินของบริษัท ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ EP หลังจากลงทุนต่อเนื่องมานานหลายปี

และการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนามในครั้งนี้ ไม่เพียงส่งผลดีต่อการค้าและการลงทุนของทั้งสองประเทศ แต่ยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อธุรกิจพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาค

สำหรับ EP การมีฐานการลงทุนในเวียดนามในช่วงที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานสีเขียว ประกอบกับการเริ่มรับรู้รายได้เต็มรูปแบบและการได้รับ Final FIT นับเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของผลประกอบการ เพิ่มความมั่นคงของกระแสเงินสด และสร้างโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว  และเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการไทยที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพลังงานระหว่างไทยกับเวียดนามที่กำลังยกระดับสู่ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างเต็มรูปแบบ

EP