รายงานพิเศษ : TPLAS ปั้นสินค้าใหม่สร้าง New Growth ลงทุนเครื่องจักร-เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับความสามารถแข่งขันในอนาคต

TPLAS เดินหน้าลงทุนเทคโนโลยีการผลิตและขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ทั้งพลาสติกและกระดาษ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง พร้อมสร้างโอกาสเติบโตใหม่จากฐานลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมและ HORECA ทั่วประเทศ
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยังคงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตสอดรับกับการขยายตัวของภาคการบริโภค ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก ส่งผลให้ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ท่ามกลางโอกาสดังกล่าว บมจ.ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) (TPLAS) เดินหน้าต่อยอดธุรกิจผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่มีศักยภาพสูง เพื่อผลักดันการเติบโตในปี 2569 และวางรากฐานสู่การเติบโตในระยะยาว
นายอภิรัตน์ ธีระรุจินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPLAS เชื่อมั่นว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 จะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในตลาดที่ยังอยู่ในทิศทางขยายตัว รวมถึงการทยอยรับรู้ผลจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น
และปัจจุบัน TPLAS ไม่ได้จำกัดธุรกิจอยู่เพียงถุงบรรจุอาหารประเภท Polypropylene ภายใต้แบรนด์ “ตราหมากรุก” เท่านั้น แต่ยังเดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ไปสู่บรรจุภัณฑ์กระดาษและผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
กลยุทธ์ดังกล่าว ถือเป็นการสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เนื่องจากลูกค้าในปัจจุบันต้องการบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลายรูปแบบ และสอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจของร้านอาหาร โรงแรม และผู้ประกอบการในภาคบริการ
หนึ่งในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายสำคัญที่บริษัทให้ความสำคัญคือกลุ่ม HORECA ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และบริการจัดเลี้ยง โดยถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ประจำและกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดบรรจุภัณฑ์ที่มีการแข่งขันสูง
นอกจากนี้ บริษัทได้ลงทุนในเครื่องจักรผลิตกล่องกระดาษเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มทางเลือกสินค้าให้กับลูกค้าและรองรับความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น การลงทุนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากกลุ่มสินค้ามูลค่าเพิ่มในอนาคต
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่น่าจับตา คือ การนำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในยุคอุตสาหกรรมใหม่ โดยบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการโรงงานและระบบการผลิตอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพสินค้าให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น
ซึ่งการลงทุนในระบบอัตโนมัติไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว แต่ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสร้างความยืดหยุ่นในการผลิตสินค้าได้หลากหลายประเภทตามความต้องการของลูกค้า
ขณะที่การลงทุนด้านเทคโนโลยีถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนอัตรากำไรในอนาคต เนื่องจากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจะช่วยให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น และสร้างผลตอบแทนจากการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ดังนั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องยังเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาว โดยบริษัทมุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทั้งพลาสติกและกระดาษให้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างตรงจุด ซึ่งจะช่วยให้ TPLAS สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมขยายโอกาสสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของยอดขายในอนาคต
ส่วนเป้าหมายในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตประมาณ 10% จากปีก่อน พร้อมผลักดันอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการขยายกำลังการผลิต การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บริษัทยังวางเป้าหมายระยะกลางในการผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตต่อเนื่องจนแตะระดับ 18.27 ล้านบาทภายในปี 2571 สะท้อนถึงวิสัยทัศน์การเติบโตและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว