รายงานพิเศษ : NAM โอกาสเติบโตครั้งใหม่ รัฐดัน Medical Investment Hub หนุน Local Content–ผลิตเครื่องมือแพทย์

การแพทย์ไทยกำลังเข้าสู่รอบลงทุนครั้งใหม่ หลังรัฐวางยุทธศาสตร์ผลักดันเครื่องมือแพทย์และนวัตกรรมสุขภาพเข้าสู่ Supply Chain โลก หนุน NAM เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ขั้นสูงและขยายตลาดต่างประเทศ สร้างฐานรายได้ใหม่ในระยะยาว
ประเทศไทยกำลังวางหมากครั้งสำคัญเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์จากการเป็นเพียง “ผู้ใช้” ไปสู่การเป็น “ผู้ผลิตและผู้พัฒนา” เทคโนโลยีทางการแพทย์ หลังภาครัฐเดินหน้าจัดตั้งคณะทำงาน Medical Investment Hub เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการแพทย์และบริการสุขภาพมูลค่าสูงแบบครบวงจร ตั้งแต่การรักษาพยาบาล การวิจัยและพัฒนา ยา เครื่องมือแพทย์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Supply Chain การแพทย์ระดับโลก
ทิศทางดังกล่าวถือเป็นโอกาสโดยตรงต่อ บมจ.นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น หรือ NAM ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจเครื่องมือแพทย์และระบบงานด้านการทำให้ปราศจากเชื้อ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์โรงพยาบาลโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงที่ภาครัฐต้องการผลักดัน Local Content และเพิ่มศักยภาพการผลิตเครื่องมือแพทย์ภายในประเทศ
หัวใจสำคัญของ Medical Investment Hub คือการสร้าง Medical Ecosystem ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมสนับสนุนการผลิตชิ้นส่วน อุปกรณ์ และนวัตกรรมทางการแพทย์ในประเทศ ตลอดจนผลักดันผู้ประกอบการไทยให้สามารถเชื่อมต่อกับ Supply Chain ระดับโลก ซึ่งจะช่วยเปิดตลาดใหม่ให้กับบริษัทที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่าง NAM
ซึ่งสอดดคล้องกับทิศทางการทำธุรกิจของ NAM ที่กำลังเดินหน้าขยายพอร์ตเข้าสู่ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยในปี 2569 เร่งทำตลาดกลุ่มเครื่องมือในห้องผ่าตัด หรือ OR เครื่องมือรังสีวินิจฉัย หรือ Imaging รวมถึงเครื่องเตรียมยาฉีดและยาเคมีบำบัดอัตโนมัติด้วยระบบหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตตามการลงทุนของโรงพยาบาลและการยกระดับระบบสาธารณสุข
ขณะเดียวกัน NAM ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม IDS รุ่นใหม่ เช่น เครื่องล้างแขนกลทางการแพทย์ และเครื่องล้างกล้อง Endoscope เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและขยายความสามารถในการให้บริการแก่โรงพยาบาลมากขึ้น จุดแข็งดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของภาครัฐที่ต้องการสร้างระบบการแพทย์แบบครบวงจร และเพิ่มการใช้เทคโนโลยีภายในประเทศ
และที่สำคัญ NAM ไม่ได้วางเป้าหมายการเติบโตไว้เฉพาะตลาดในประเทศ โดยบริษัทกำลังเร่งขยายตลาดต่างประเทศผ่านกลยุทธ์ที่มีความยืดหยุ่น ทั้งการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย การจัดตั้งบริษัทย่อย และการร่วมทุนกับพันธมิตรในแต่ละประเทศ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศประมาณ 5% บริษัทคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 3 ปีข้างหน้า
กลยุทธ์ดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญในการสร้าง New S-Curve เพราะตลาดต่างประเทศมีขนาดใหญ่กว่าไทย และเปิดโอกาสให้ NAM นำความเชี่ยวชาญด้านเครื่องมือแพทย์ไปต่อยอดในตลาดที่มีความต้องการระบบสาธารณสุขและเทคโนโลยีทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและช่องทางการตลาดในต่างประเทศ จึงช่วยลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ระยะยาว
ขณะที่เป้าหมายของบริษัทในปี 2569 คือการสร้างรายได้ประมาณ 2,400 ล้านบาท เติบโต 10-12% พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นผู้ให้บริการนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์แบบครบวงจร ส่วนในปี 2571 บริษัทวางเป้าหมายกำไรสุทธิไว้ที่ประมาณ 380 ล้านบาท ตามแผน JumP+ ซึ่งสะท้อนความพยายามยกระดับขีดความสามารถจากธุรกิจเครื่องมือแพทย์ไปสู่ธุรกิจที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนมากขึ้น
ดังนั้น การเดินหน้าของภาครัฐในครั้งนี้จึงถือเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างสำหรับ NAM มากกว่าการกระตุ้นตลาดระยะสั้น เพราะนโยบาย Medical Investment Hub ครอบคลุมตั้งแต่การลงทุน การวิจัยและพัฒนา การผลิตเครื่องมือแพทย์ ไปจนถึงการเชื่อมโยง Supply Chain ระดับโลก ซึ่งตรงกับทิศทางการลงทุนของบริษัทอย่างชัดเจน
และหาก NAM สามารถขยายตลาดผลิตภัณฑ์ High Value ได้ตามแผน ควบคู่กับการเพิ่มรายได้จากต่างประเทศและการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง บริษัทจะมีโอกาสเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และยกระดับความสามารถในการทำกำไรในอนาคต
NAM จึงกำลังอยู่ในจุดที่สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Medical Ecosystem ใหม่ของประเทศไทย หากนโยบายภาครัฐเดินหน้าเต็มรูปแบบ ประกอบกับแผนขยายผลิตภัณฑ์และตลาดต่างประเทศของบริษัท ก็จะเป็นแรงส่งสำคัญต่อการเติบโตในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า และเพิ่มโอกาสให้ NAM ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นไทยที่มีบทบาทในตลาดเครื่องมือแพทย์ระดับภูมิภาคได้ในอนาคต