จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : PTG พ้นจุดต่ำสุด ธุรกิจน้ำมันฟื้น-พันธุ์ไทยโตแรง โบรกฯ เชียร์ซื้อ รับกำไรรอบใหม่


06 สิงหาคม 2569

PTG พ้นจุดต่ำสุด_S2T (เว็บ)_0.jpg

โบรกเกอร์ประเมิน PTG ผ่านช่วงต่ำสุดของปีแล้ว แม้กำไรไตรมาส 2 ยังอ่อนตัวเมื่อเทียบปีก่อน แต่เริ่มฟื้นจากไตรมาสแรก ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil ยังเติบโตแข็งแกร่งจากการขยายสาขากาแฟพันธุ์ไทย ส่วนธุรกิจน้ำมันได้แรงหนุนจากค่าการตลาดที่ดีขึ้น หนุนครึ่งปีหลังเข้าสู่รอบการฟื้นตัว พร้อมรับอานิสงส์ฤดูกาลภาคเกษตรและปริมาณขายที่ทยอยกลับมา

การฟื้นตัวของราคาน้ำมันและการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กำลังส่งสัญญาณบวกต่อผู้ประกอบการค้าปลีกน้ำมัน หลังผ่านช่วงที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานและกำลังซื้อที่ชะลอตัวในช่วงต้นปี ขณะเดียวกัน การแข่งขันในธุรกิจสถานีบริการน้ำมันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจำหน่ายเชื้อเพลิงอีกต่อไป แต่การสร้างรายได้จากธุรกิจ Non-Oil กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดศักยภาพการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการในระยะยาว

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ ประเมินว่า บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) กำลังผ่านพ้นจุดต่ำสุดของผลประกอบการ โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะกลับมาอยู่ที่ประมาณ 109 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 205 ล้านบาทในไตรมาสแรก แม้ว่าจะยังลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าการดำเนินงานเริ่มกลับเข้าสู่ทิศทางฟื้นตัว หลังเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุด ก่อนที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันจะทยอยปรับดีขึ้นในเดือนพฤษภาคม มิถุนายน และต่อเนื่องถึงเดือนกรกฎาคม

แม้ยอดจำหน่ายน้ำมันจะยังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงและการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ต่ำกว่าปกติ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ค่าการตลาดน้ำมันยังทรงตัวในระดับแข็งแกร่งกว่า 1.80 บาทต่อลิตร ได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับราคาขายปลีกที่รวดเร็วขึ้นของภาครัฐ รวมถึงทิศทางราคาน้ำมันที่เป็นขาขึ้น ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ Oil เริ่มกลับมาอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนมากที่สุด ยังคงเป็นการเติบโตของธุรกิจ Non-Oil ซึ่งกลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างผลกำไรของ PTG โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟ พันธุ์ไทย ที่ยังขยายสาขาอย่างต่อเนื่องจนมีจำนวน 2,468 สาขา ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจ Non-Oil เติบโตราว 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะเดียวกัน การทยอยลดโปรโมชั่นส่วนลด ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น สะท้อนว่าบริษัทไม่ได้เน้นเพียงการเติบโตของยอดขาย แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของรายได้และการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน

ส่วนระยะถัดไป นักวิเคราะห์มองว่าไตรมาส 3/2569 จะเป็นอีกช่วงเวลาที่ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง จากการเข้าสู่ฤดูกาลใช้เชื้อเพลิงของภาคเกษตร ซึ่งจะช่วยผลักดันปริมาณการจำหน่ายน้ำมันให้เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าการตลาดที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับ 1.7-1.8 บาทต่อลิตร แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากการแทรกแซงราคาขายปลีกของภาครัฐ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันในระยะสั้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนทิศทางการฟื้นตัวของธุรกิจในภาพรวม

แม้บริษัทหลักทรัพย์ทรีนีตี้จะปรับลดประมาณการกำไรในปี 2569-2570 เพื่อสะท้อนยอดขายน้ำมันและค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงกว่าคาด แต่ยังคง ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น "ซื้อ" พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 8.60 บาท เนื่องจากเชื่อว่าผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรียังคงคำแนะนำ "ซื้อ" เช่นกัน โดยให้ราคาเป้าหมาย 9.50 บาท และมองว่าปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังแข็งแกร่ง แม้จะมีการปรับประมาณการกำไรลงเพียงเล็กน้อย

ในมุมมองของนักลงทุน จุดเด่นของ PTG ไม่ได้อยู่เพียงการฟื้นตัวของธุรกิจน้ำมัน แต่คือการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจที่มีรายได้หลากหลายมากขึ้น โดยธุรกิจ Non-Oil กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งกาแฟพันธุ์ไทย ร้านสะดวกซื้อ และบริการภายในสถานี ซึ่งช่วยลดความผันผวนจากธุรกิจน้ำมันเพียงอย่างเดียว และสร้างฐานรายได้ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าในระยะยาว

หากแนวโน้มปริมาณจำหน่ายน้ำมันยังทยอยฟื้นตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และธุรกิจ Non-Oil ยังคงรักษาการเติบโตได้ตามแผน PTG มีโอกาสกลับเข้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหม่ โดยมีทั้งธุรกิจน้ำมันที่เริ่มแข็งแกร่งขึ้นและธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่กำลังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันผลประกอบการและมูลค่าหุ้นในระยะกลางถึงระยะยาวได้อีกครั้ง

PTG