เจ๊จิ๋ม..สายเถื่อน

เจ๊จิ๋ม..สายเถื่อน 25-01-23


25 มกราคม 2566
240
เจ๊จิ๋ม..สายเถื่อน 25-01-23


25-01-23  สวัสดีพี่น้องชาวไทย "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยเวลา 7.30 น.มีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

*** หายหน้าไป 2 วันคิดถึงกันมั้ยคะ...ไม่มีอะไรจะแก้ตัว  แต่เป็นเพราะเรื่องราวของตัวเองที่ต้องเรียนรู้ระบบใหม่ของ www.share2trade.com ด้วยเพราะว่าต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เรามีการปรับโฉมเวบใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิม  ดังนั้นเจ๊ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เรื่องระบบและปรับตัวซักนิด 

***กลุ่มสถาบันการเงินประกาศผลการดำเนินงานประจำปีกันไปแล้ว...รออีกนิดเริ่มตั้งแต่เดือน ก.พ. บรรดาบริษัทจดทะเบียนส่วนที่เหลือคงเริ่มทยอยเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบของตลท.ให้ผู้ถือหุ้นได้เห็นกันล่ะ ว่าตัวเลขบวก-หรือ-ลบ เอาล่ะ!!! คราวนี้ไผ-เป็น-ไผ จะได้รู้กัน

***มีประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาแล้วเจ๊เห็นว่าน่าสนใจดี และถือเป็นจังหวะ นั่นก้อคือการมองหาหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงเก็บสะสมล้วงหน้าเอาไว้ในพอร์ตก่อนประกาศจ่ายเงินปันผล มีกูรูหุ้นกระซิบว่าหุ้นปันผล Big Cap ซื้อก่อน XD สั้นๆ 2 สัปดาห์และขาย
หลัง XD 1-2 สัปดาห์ ให้ผลตอบแทนน่าพอใจราว 2.8-3.9% ส่วนกลยุทธ์หุ้นปันผล Mid-Small Cap ควรสะสมก่อน XD 2 เดือน และขายหลัง XD 1-2 สัปดาห์จะให้ผลตอบแทนสูง 9.2-9.6%

***มีการคัดกรองหุ้นปันผลเด่นมาให้พิจารณากันคือ 1) เป็นหุ้นที่จะจ่ายเงินปันผลครึ่งหลังปี 65  สูงกว่า 3%  และ 2) เป็นหุ้นพื้นฐำนที่มีแนวโน้มเติบโตหรือกระแสเงินสดมั่นคง เหมาะแก่การเข้าลงทุน/เก็งกำไร โดยหุ้นที่สนใจได้แก่ TISCO (7.0%), NER (5.9%), AP (5.3%), MC (5.2%), ICHI (5.2%), ORI (4.5%), THANI (4.3%), BAM (3.8%), LH (3.6%),SIRI (3.5%), SC (3.3%), RATCH (3.3%), SAWAD (3.0%)

***วันนี้ที่รอคอยสำหรับผู้ถือหุ้น บมจ. มาสเตอร์ สไตล์ หรือ โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช “Masterpiece Hospital” ใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์คือ “MASTER” ลงนามเทรดวันนี้วันแรก (25 มกราคม 2566)  ในตลาดหลักทรัพย์ mai หมวดธุรกิจบริการ  นำทีมโดยสองผู้บริหารคนเก่ง "นพ. ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล"  (หมอเส) และ "ลภัสรดา เลิศภานุโรจ" 

***หลีดอันเดอร์ไรท์ บอกว่าราคาไอพีโอของ MASTER ที่ 46 บาทต่อหุ้น เป็นราคาที่เหมาะสม สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและศักยภาพของบริษัทฯ ที่มีผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด 9 ปีที่ผ่านมา และใน 3 ปีล่าสุดยังสามารถทำรายได้และกำไรให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าหลังระดมทุนและเข้าเป็น บจ. อนาคตจะยิ่งทำให้ MASTER เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง 

***ถัดมาก้อคือ MEB เข้าคิวรออยู่แล้ว อีกไม่นานคงจะได้ยินเรื่องการกำหนดราคาขาย วันเปิดจองซื้อ ซื้อจากโบรกเกอร์ไหนบ้าง และวันเข้าเทรดในตลาดหุ้น..น้องใหม่ป้ายแดงรายนี้ชิล-และ-ชัวร์ที่สุด เจาะเข้าไปดูรายละเอียดทั้งหมด อนาคต การเติบโต รายได้ กำไร ดีสุดๆๆๆๆ เจ๊ว่าเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ของต้องการของคนในปัจจุบันอย่างที่สุด เป็นการผสมผสานได้อย่างลงตัว ...ใครไม่เชื่อ เจ๊ขอท้าให้คุณไปค้นข้อมูลพิสูจน์เลย!!!! 

***MEB คือผู้นำด้านแพลตฟอร์มสำหรับอ่านวรรณกรรมออนไลน์อันดับ 1 ของไทย ที่มีช่องทางจำหน่าย E-Book ผ่านเว็บไซต์ www.mebmarket.com และ www.readAwrite.com และแอปพลิเคชันในทุกระบบปฏิบัติการ ภายใต้การนำของซีอีโอ "รวิวร มะหะสิทธิ์" แท็กทีมซีโอโอ "กิตติพงษ์ แซ่ลิ้ม" 2 ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทฯ มากว่า 11 ปี ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของ Social Media จนสร้างผลงานเติบโตแข็งแกร่งทุกปี และมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเลย ภายหลังการระดมทุนครั้งนี้ จะเสริมแหล่งเงินทุนสำหรับลงทุนขยายธุรกิจ เพิ่มฐานรายได้อีกมาก รองรับนักอ่านออนไลน์ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ เรียกได้ว่า MEB มีดีครบทุกด้าน อนาคตอันใกล้สดใสแน่นอน

***ปิดท้ายที่ SUPER ล่าสุดเจ๊จิ๋มได้ยินว่าบริษัทย่อย “บริษัท ซุปเปอร์ โซล่าร์ ไฮบริด” เดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ( COD ) เป็นโครงการ SPP HYBRID  แสงอาทิตย์ติดตั้งร่วมกับแบตเตอรี่ ที่จังหวัดสระแก้ว  ขนาด 16 เมกะวัตต์ ประเมิน IRR เฉลี่ย 13-15%   โครงการนี้สามารถจำหน่ายไฟ 24 ชั่วโมง เท่ากับว่าจะสนับสนุนต่อการสร้างมาร์จิ้นเพิ่มขึ้น ทำให้ผลประกอบการเพิ่มขึ้นและโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี และจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทฯ

***"คุณตั๊ม-จอมทรัพย์ โลจายะ" CEO คนเก่ง-คนอึด-คนขยัน-ขวัญใจเจ๊จิ๋ม กระซิบว่าเมื่อนับรวมโครงการ SPP HYBRID ขนาด 16 เมกะวัตต์ตรงนี้แล้ว  ปริมาณกำลังการผลิตไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ของกลุ่มบริษัทฯ จะเพิ่มขึ้นจาก 1,592.32 เมกะวัตต์ เป็น 1,608.32 เมกะวัตต์ 

***สเต็ปถัดจากนี้ของ SUPER  คือเค้ายังมีโครงการต่างๆ ในมือที่จะทยอย COD ต่อเนื่อง เช่น โครงการโรงไฟฟ้าจากขยะ โซลาร์รูฟท็อป โครงการการขยายงานสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภาคเอกชน( Private PPA ) ฯลฯ รวมทั้งโครงการ PDP ในประเทศ และแผนพัฒนาพลังงานกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศเวียดนาม (PDP8) โดยปี 2566 ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 15-20% จากปีก่อน