Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 10-07-2569 (ผ่านพ.ร.ก. เงินกู้เงิน 4 แสนล้าน..หุ้นตัวไหนได้ประโยชน์)


10 กรกฎาคม 2569

ผ่านพ.ร.ก. เงินกู้เงิน_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ) copy_0.jpg

ตลาดหุ้นไทยมีข่าวดีเข้ามาพร้อมกันถึง 2 เรื่อง เรื่องแรกเป็นข่าวจากต่างประเทศ  ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณที่ดีเมื่อทั้งสองฝ่าย(สหรัฐฯ-อิหร่าน) ส่งสัญญาณพร้อมกลับมาเจรจัดการอีกครั้ง ก็ช่วยให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกดีขึ้น นักลงทุนเริ่มกล้ากลับมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากกว่าเดิม

ส่วนข่าวดีอีกเรื่องเกิดขึ้นในบ้านเรา เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและใช้พัฒนาพลังงานของประเทศ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

คำตัดสินครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง และทำให้รัฐบาลสามารถเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจต่อไปได้ แต่สิ่งที่ตลาดหุ้นให้ความสนใจมากกว่าเรื่องการเมือง ก็คือเงินกู้จำนวน 400,000 ล้านบาท จะถูกนำไปใช้เมื่อไร และธุรกิจไหนจะได้รับประโยชน์มากที่สุด

เจ๊จิ๋มมองว่า นี่คือประเด็นที่นักลงทุนควรติดตาม เพราะถ้าเงินก้อนนี้เริ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริง ก็จะช่วยให้การใช้จ่ายและการลงทุนกลับมาคึกคักมากขึ้น

มีการประเมินว่าเงินกู้จำนวนนี้มีขนาดประมาณ 2-2.5% ของจีดีพี (GDP) ประเทศไทย ถือว่าเป็นเม็ดเงินก้อนใหญ่พอสมควร หากรัฐบาลสามารถเบิกจ่ายได้ตามแผน ก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเงินกู้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 200,000 ล้านบาท

ส่วนแรก จะใช้ช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งหากมีมาตรการลดค่าครองชีพหรือกระตุ้นกำลังซื้อออกมา ก็จะเป็นผลดีต่อหุ้นค้าปลีกอย่าง CPALL, CPAXT และ CRC เพราะเมื่อประชาชนมีเงินเหลือมากขึ้น ก็มีโอกาสออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นเช่นกัน

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มสินเชื่อรายย่อยอย่าง MTC, TIDLOR และ SAWAD ก็มีโอกาสได้รับผลดี เพราะเมื่อลูกค้ามีรายได้ดีขึ้นและภาระค่าใช้จ่ายลดลง ความสามารถในการชำระหนี้ก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

ส่วนที่สอง เงินอีก 200,000 ล้านบาท จะใช้สำหรับการพัฒนาด้านพลังงานสะอาด ซึ่งถือเป็นทิศทางที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ

เซียนหุ้นอีกคนมองว่ากลุ่มโรงไฟฟ้าจะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น GULF, BGRIM, GPSC และ GUNKUL เพราะบริษัทเหล่านี้มีโครงการด้านพลังงานหมุนเวียนรองรับอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน หุ้นนิคมอุตสาหกรรมอย่าง WHA และ AMATA ก็อาจได้รับแรงหนุน เพราะบริษัทต่างชาติที่ต้องการใช้พลังงานสะอาดมีโอกาสเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ส่วนหุ้นอย่าง EA, NEX และ DELTA ก็ยังเป็นหุ้นที่หลายฝ่ายจับตา หากรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเพิ่มเติม

แต่ๆๆๆๆ อย่าเพิ่งใจร้อน..เพราะข่าวดีวานนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือรัฐบาลจะสามารถนำเงินก้อนนี้ออกมาใช้ได้เร็วแค่ไหน เพราะหากเดินหน้าได้ตามแผน เงินลงทุน 400,000 ล้านบาท ก็จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง แต่หากการเบิกจ่ายล่าช้า หรือโครงการต่าง ๆ เดินไม่ทันตามเป้าหมาย ความคาดหวังของตลาดก็อาจลดลงได้เช่นกัน

สุขสันต์วันศุกร์นะแฟนคลับที่รัก..มาเจอกันสัปดาห์หน้าจร๊าาาาาาา