Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 14-07-2569 (คาดภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำจะยาวไปถึงปี 2030)

ภาพรวมสานการณ์ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด..จากช่วงเช้าที่ SET INDEX จากที่เปิดในแดนลบ สุดท้ายปิดตลาดกลับมีแรงซื้อหนุนเข้ามาและเด้งขึ้นมาปิดในแดนบวกได้สำเร็จ เย้ๆๆๆๆ
สำหรับสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ นักลงทุนควรจับตา 3 ปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวชี้ทิศทางของตลาดในช่วงนี้
ปัจจัยแรก ฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มธนาคาร กำลังจะมาถึง!!! ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักสูงต่อดัชนี
บล.ทิสโก้ประเมินว่ากำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารยังเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะ KBANK และ SCB ที่ได้รับแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับการตั้งสำรองที่ลดลง ขณะที่ BBL ยังได้รับอานิสงส์จากสินเชื่อรายใหญ่
ปัจจัยที่สอง มาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งช่วยประคองการบริโภคภายในประเทศให้เดินหน้าต่อ แม้อาจไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้เศรษฐกิจพลิกฟื้นทันที แต่ก็ช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้น บล.กรุงศรีมองว่าหุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงคือ CPALL และ CPAXT จากยอดขายสาขาเดิมที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ NEO ก็เป็นอีกบริษัทที่ได้รับอานิสงส์จากการจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค
ปัจจัยที่สามคือ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังดำเนินต่อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวในระดับสูง ซึ่ง บล.บัวหลวงมองว่า PTTEP จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่หุ้นโรงกลั่นอย่าง TOP และ SPRC ยังต้องติดตามความผันผวนของค่าการกลั่นอย่างใกล้ชิด
ทางด้านสัญญาณเทคนิค เซียนหุ้นได้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,580-1,590 จุด และแนวต้านที่ 1,630-1,640 จุด หากตลาดย่อตัวจากแรงขายทำกำไร ยังมองเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร ค้าปลีก และหุ้นที่กำลังจะประกาศงบแข็งแกร่ง
ส่วนเรื่องอื่นๆ รอบตัวและเจ๊เห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งคือ เรื่องที่ CEO ของ SK Hynix ให้มุมมองว่า ภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำจะยืดเยื้อไปจนถึงหลังปี 2030 เนื่องจากลูกค้าหลายรายเริ่มทำสัญญาระยะยาว เพราะเชื่อว่าอุปทานจะยังตึงตัวต่อเนื่อง และความต้องการชิป AI และการขยาย Data Center มีต่อเนื่อง
ดังนั้นจังจัดเป็นโมเมนตัมและแรงส่งทางบวกต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนไทยคาดมีโอกาสผลประกอบการจะออกมาเด่น รักตัวไหน..ชอบตัวไหน จัดไป!!! แต่ถ้าถามว่าในใจเจ๊มีตัวไหนบ้างตอบเลย!!! KCE-HANA-CCET เลิฟแอนด์ไลค์ มากกกกก!!!!
ปิดท้าย!!! รู้หรือไม่???? หนี้สาธารณะของไทย ณ พ.ค.69 อยู่ที่ 12.86 ล้านล้านบาท หรือ 66.82% ของ GDP ในอนาคตหากว่า รัฐบาลกู้เงินเต็มจำนวนที่ขอ คือ 4แสนล้านบาท หนี้สาธารณะ อาจเพิ่มขึ้นถึง 19.2 ล้านล้านบาท หรือ 68.9% ของ GDP