Talk of The Town

SET Index วันนี้ส่อดิ่ง โบรกคาดกรอบ 1,565 จุด ชี้กลุ่มอิเล็กฯ ป่วนฉุดดัชนี


08 มิถุนายน 2569

SET Index วันนี้ส่อดิ่ง_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

จับตาหุ้นไทยวันนี้ นักวิเคราะห์คาดมีโอกาสดิ่งลงสู่ระดับ 1,570–1,565 จุด กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์คาดยังเป็นแรงกดดันหลักต่อดัชนี ขาดปัจจัยหนุนใหม่และทางเทคนิคเริ่มตึงตัวในเขต Overbought ชี้หากดัชนีเข้าใกล้แนวต้าน 1600/1620 จุด แนะนำให้พิจารณาแบ่งขายทำกำไร

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มุมมองตลาดวันที่ 8 มิถุนายน 2569 คาด SET Index ปรับตัวลงต่อเนื่องในกรอบ 1,570–1,565 จุด จากแรงขายหุ้น Tech-AI ทั่วโลกหลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯแข็งแกร่งกว่าคาด หนุน Bond Yield และเพิ่มโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี ขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์คาดยังเป็นแรงกดดันหลักต่อดัชนี

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดวันนี้ (8 มิถุนายน 2569) คาด SET ปรับลง ราคาน้ำมัน-Bond Yield ดีดขึ้น ความหวังยุติสงครามตะวันออกกลางและกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซลดน้อยลงหลังอิหร่านกลับมาโจมตีอิสราเอล กดดัน sentiment การลงทุนช่วงสั้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ คาดเผชิญแรงขายต่อตามหุ้นกลุ่ม Tech สหรัฐฯ ที่ร่วงลงจากความกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นเร็วกว่าคาดหลังตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯ ดีเกินคาด ขณะที่กลุ่มพลังงานต้นน้ำคาดปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน ทางเทคนิคหากดัชนีย่อลงมาแต่ไม่หลุดเส้น 10 วัน มองยังดีอยู่

โดยกลยุทธ์การลงทุน ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักฐาน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่และทางเทคนิคเริ่มตึงตัวในเขต Overbought โดยหากดัชนีเข้าใกล้แนวต้าน 1600/1620 จุด แนะนำให้พิจารณาแบ่งขายทำกำไรระยะสั้นในหุ้นที่ปรับขึ้นมาแรง แล้วรอจังหวะกลับเข้าสะสมใหม่เมื่อดัชนีย่อตัวลงมาทางแนวรับที่ 1,540-1,550 จุด 

ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญติดตาม คือ การเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจกลับมาสร้างความกังวลเรื่อง Supply Shortage และเงินเฟ้อพุ่งสูง อย่างไรก็ดี คาดดัชนีจะมี Downside ที่จำกัด เนื่องจาก Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ เอื้อให้เกิดแรงซื้อคืนในลักษณะ Sector Rotation เข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy”

ขณะที่ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์ โดยมอง SET มีโอกาสพักฐาน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่และทางเทคนิคเริ่มตึงตัวในเขต Overbought อย่างไรก็ดี คาด Downside จำกัด โดยจะเกิด Sector Rotation ในกลุ่มที่ยัง Laggard กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไรไตรมาส 2/69 จะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนครึ่งหลังปี 69 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้งจากครึ่งปีแรก และ ช่วงเดียวกันของปีก่อน อีกทั้งแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC, GULF, MINT, MTC, TIDLOR, SCGP

2. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรก 69 ที่คาดว่าจะให้ Interim Yield มากกว่า 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC, OR, PTT, PTTEP, SCCC, SIRI, TQM, TU และระยะยาวเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield มากกว่า 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP, BBL, FTREIT, LHSC, PTT

3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF, GPSC, BGRIM) นิคม (WHA, AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC, BANPU, HMPRO, GLOBAL, GUNKUL)