Talk of The Town

โบรกฯ ชู GULF เด่นสุด Q2 ปังหนัก บุ๊กปันผลก้อนโต จาก KBANK 2.8 พันล้านบาท


05 มิถุนายน 2569

โบรกฯ ชู GULF เด่นสุด_S2T (เว็บ)_0.jpg

นักวิเคราะห์มองหุ้นโรงไฟฟ้า ชู GULF ยังคงเป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม จากแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งสุดในช่วงปี 2569–71 จากการขยายกำลังการผลิตและการเข้าสู่ธุรกิจศูนย์ข้อมูล แถม GULF จะมีผลการดำเนินงานโดดเด่นกว่ากลุ่มในไตรมาส 2/2569 บันทึกเงินปันผลจาก KBANK ที่ 2.8 พันล้านบาท และกำไรจากการขายเงินลงทุนในโครงการ Pak Lay จำนวน 1.9 พันล้านบาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่มสาธารณูปโภค โดยรอปัจจัยการเตบิ โตใหม่จากแผน PDP ฉบับใหม่ และการขยายตัวของธุรกิจศูนย์ข้อมูล

ทั้งนี้คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/69 ของแต่ละบริษัทจะมีความแตกต่างกัน โดย GULF มีแนวโน้มผลประกอบการโดดเด่น ขณะที่ BGRIM และ GPSC อาจมีกำไรอ่อนลงจากไตรมาสก่อน

โดยแนวโน้มไตรมาส 2/2569 มีความท้าทายสำหรับโรงไฟฟ้า SPP ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะ BGRIM และGPSC จากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น และข้อจำกัดในการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า แม้ว่ามาตรการตรึงราคาก๊าซของภาครัฐในช่วงเดือน พ.ค.–ส.ค. จะช่วยได้บางส่วน คาดว่า GPSC จะได้รับผลกระทบต่อกำไรประมาณ 300 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน ขณะที่ BGRIM คาดว่าส่วนต่างกำไร (spark spread) จะยังอยู่เหนือ 1 บาทต่อหน่วย สนับสนุนจากการเจรจาปรับราคาขายไฟฟ้ากับลูกค้าอุตสาหกรรมที่อิงกับต้นทุนก๊าซ 

โดยมองว่า GULF จะยังคงมีผลการดำเนินงานโดดเด่นกว่ากลุ่มในไตรมาส 2/2569 หนุนจากการจ่ายไฟของโรงไฟฟ้า IPP เพิ่มขึ้น การเริ่ม COD ของโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ เงินปันผลจาก KBANK ที่คาดอยู่ที่ 2.8 พันล้านบาท และกำไรจากการขายเงินลงทุนในโครงการ Pak Lay จำนวน 1.9 พันล้านบาท

ดังนั้นแนะนำให้นักลงทุนเลือกหุ้นอย่างระมัดระวัง โดย GULF ยังคงเป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม จากแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งสุดในช่วงปี 2569–71 จากการขยายกำลังการผลิตและการเข้าสู่ธุรกิจศูนย์ข้อมูลซึ่งอาจสร้าง upside ต่อราคาเป้าหมายในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า แม้จะเห็นศักยภาพการเติบโตระยะยาวของ GPSC และ BGRIM เช่นกัน แต่เชื่อว่าแรงกดดันต่อกำไรในระยะสั้นช่วงไตรมาส 2/2569 จากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น อาจยังคงกดดันผลการดำเนินงาน