DELTA ฉุดไม่อยู่! “ทีทีบี เวลธ์” เพิ่มเป้าเป็น 420 บาท ชูกำไรมีโอกาสเติบโตสูง

โบรกฯ ชู DELTA คือหุ้น Top Pick ในกลุ่มฯ และเป็นหนึ่งใน 10 หุ้น Top Pick ในพอร์ต คำแนะนำ “ซื้อ” DELTA พร้อมปรับราคาเป้าหมายเป็น 420 บาท จากเดิม 350 บาท มีโอกาสกำไรเติบโตสูงที่สุด เป็นบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ของไทยเพียงแห่งเดียวที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับผลิตภัณฑ์ AI และมีประวัติการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” DELTA พร้อมปรับราคาเป้าหมายเป็น 420 บาท จากเดิม 350 บาท 1. DELTA คาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อใหม่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์การบริหารจัดการพลังงาน (power supply management) รุ่นใหม่สำหรับแพลตฟอร์ม GPU ใหม่ จากลูกค้ารายสำคัญเดิมรายหนึ่งในไตรมาส 4/69โดยผลิตภัณฑ์ใหม่นี้คาดว่าจะมีราคาขายและอัตรากำไรสูงขึ้น
2. หลังจากกำไรไตรมาส 1/69แข็งแกร่งกว่าคาด DELTA คาดว่ายอดขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 2/69 มีโอกาสเติบโตมากกว่า 10% จากไตรมาสก่อน
3. ยังคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นอีกระดับในไตรมาส 3/69 จากการผลิตผลิตภัณฑ์การบริหารจัดการพลังงานจำนวนมาก สำหรับระบบระบายความร้อนแบบ liquid-to-liquid
และ 4. หลังฝ่ายวิจัยปรับกำไรปี 2569-71 ขึ้น 11-15% ต่อปี สะท้อนปัจจัยบวกข้างต้น DELTA ยังคงเป็นหุ้นเติบโตแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะมี EPS เติบโตเฉลี่ยในช่วงปี 69-73 ที่ 58%
ทั้งนี้ มีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดด โดยยอดขายสกุล ดอลลาร์สหรัฐของ DELTA เติบโต 57% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 10% จากไตรมาสก่อน ในไตรมาส 1/69 จากคำสั่งซื้อที่เกี่ยวกับ AI ที่เพิ่มขึ้น โดย DELTA คาดว่าการเติบโตรายไตรมาสจะยังคงเติบโตมากกว่า 10% ต่อเนื่องไปถึง ไตรมาส 369 โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าไตรมาส 2/69 จะเติบโต 69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 15% จากไตรมาสก่อน
ขณะที่ในไตรมาส 3/69คาดว่าจะเติบโต 61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 17% จากไตรมาสก่อนจากการย้ายฐานการผลิตผลิตภัณฑ์จัดการพลังงาน AI จาก Delta Taiwan และการผลิตผลิตภัณฑ์ระบายความร้อนด้วยของเหลวรุ่นใหม่ขนาดใหญ่ คาดว่ายอดขายในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะเติบโตเฉลี่ยที่ราว 47% ในปี 69-73
นอกจากนี้ คาดว่า DELTA จะได้รับคำสั่งซื้อใหม่สำหรับการผลิตพาวเวอร์ซัพพลาย (power supply) จากลูกค้าผู้ผลิต GPU รายเดิมตั้งแต่ไตรมาส 4/69 DELTA คาดว่าราคาขายของผลิตภัณฑ์นี้จะสูงขึ้น เนื่องจากสามารถควบคุมพลังงานได้ที่ 12KW เทียบกับเพียง 5.5KW ของผลิตภัณฑ์รุ่นปัจจุบัน DELTA มองว่านี่เป็นแนวโน้มของส่วนประกอบที่ใช้ AI ซึ่งต้องการกำลังไฟฟ้าสูงขึ้น ส่งผลให้ความต้องการอุปกรณ์จัดการพลังงานที่ล้ำหน้าและมีมูลค่าสูงขึ้นเพิ่มขึ้น DELTA กล่าวว่ายังคงเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่สามารถผลิตอุปกรณ์จัดการพลังงาน ขนาด 12KW ปัจจุบัน DELTA และบริษัทแม่ Delta Taiwan ครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% ในอุตสาหกรรมพาวเวอร์ซัพพลาย
ดังนั้นมองว่า DELTA คือหุ้น Top Pick ในกลุ่มฯ และเป็นหนึ่งใน 10 หุ้น Top Pick ในพอร์ตของฝ่ายวิจัย ในบรรดาหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสามตัวที่ทำบทวิเคราะห์ มองว่า DELTA มีโอกาสเติบโตของกำไรสูงที่สุด DELTA เป็นส่วนหนึ่งของ Delta Group ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จัดการแหล่งจ่ายไฟรายใหญ่ที่สุดในโลก
นอกจากนี้ DELTA ยังได้รับคำสั่งซื้อจากการย้ายฐานการผลิตจาก Delta Taiwan เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง DELTA เป็นบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ของไทยเพียงแห่งเดียวที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับผลิตภัณฑ์ AI และมีประวัติการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง จึงแนะนำให้เปลี่ยนจากการถือหุ้นใน HANA (“ขาย”) และ KCE (“ถือ”) ไปลงทุนใน DELTA เนื่องจาก HANA มีกำไรลดลง 53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโตเพียง 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับ KCE พร้อมทั้งมีแนวโน้มที่ไม่แน่นอนในไตรมาส 2/69
ยอดนิยม
OR วางกลยุทธ์เติบโต ชู Lifestyle - EV Charger เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ
อึ้งหนัก! BTS โบรกฯ ให้เป้าแค่ 2.30 บาท ผ่านมา 5 ปี ราคาหุ้นดิ่ง 78%
ยุคทองหุ้นนิคมฯ AMATA- WHA มีลุ้นผลงานเด่น โบรกฯ คาดกำไรปี 69-70 ทำนิวไฮ
KTB-TISCO งบ Q2 บุ๊กกำไรเพิ่ม โบรกฯ คอนเฟิร์ม THAI เข้า SET50 หนุนราคาหุ้น “การบินไทย” เพิ่มขึ้น