รายงานพิเศษ : TGE ตอบโจทย์พลังงานสีเขียว วางเป้าผลิตไฟฟ้าแตะ 200 MW สร้างรายได้ขายคาร์บอนเครดิต

บมจ.ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ (TGE) หนึ่งในผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียนของไทย ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ครอบคลุมโรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าขยะชุมชน และธุรกิจบริหารจัดการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่สอดรับกับนโยบาย Net Zero และ Carbon Neutral ของหลายประเทศทั่วโลก
ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตแตะ 200 MW
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งด้านพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 83.5 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล 29.7 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 46.8 เมกะวัตต์ และก๊าซชีวภาพ 7 เมกะวัตต์ โดยในช่วงต่อจากนี้ตั้งแต่ปี 2570-2575
บริษัทฯ เตรียมขยายการลงทุนไปสู่พลังงานสะอาดเพิ่มเติม โดยการขยายพอร์ตดังกล่าวจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการผลักดันกำลังการผลิตรวมให้เติบโตแตะ 200 เมกะวัตต์ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
โรงไฟฟ้าขยะ “New S-Curve” ของไทย
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของ TGE คือการวางตำแหน่งตัวเองในธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งภาครัฐไทยให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่นโยบายพลังงานสะอาด และการแก้ปัญหาขยะสะสมในชุมชน และตามสถานที่ต่างๆ ที่ผ่านมา บริษัทฯ ทยอยชนะประมูลโครงการใหม่หลายแห่ง ซึ่งปัจจุบันมีกำลังผลิตรวมกว่า 46.8 เมกะวัตต์ เช่น โครงการกำจัดขยะและผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชนในจังหวัดสมุทรสาคร ชัยนาท และอุบลราชธานี ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ประจำจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับภาครัฐ และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
TGE มีเทคโนโลยีพร้อมต่อยอด
สำหรับประเทศไทย ธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะหลายพื้นที่ยังมีปัญหาเรื่องขยะสะสม ขณะเดียวกันภาครัฐก็เดินหน้าสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ Circular Economy อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นจังหวะที่ดีสำหรับบริษัทที่มีประสบการณ์และมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีอย่าง TGE ในการขยายธุรกิจและต่อยอดการเติบโตในอนาคต
สร้างรายได้เพิ่มจากคาร์บอนเครดิต
บริษัทฯ ได้ต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มจากการขายคาร์บอนเครดิต โดยโรงไฟฟ้าชีวมวล TBP และ TPG ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ภายใต้โครงการ T-VER จำนวน 122,545 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีคาร์บอนเครดิตสะสมมากกว่า 200,000 ตัน และในปีที่ผ่านมาได้ทยอยจำหน่าย ไปแล้วกว่า 2,000 ตัน โดยคาดว่าในปีนี้ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
ขณะที่ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เตรียมเปิดทางให้ “คาร์บอนเครดิต” กลายเป็นสินค้าอ้างอิงในตลาดอนุพันธ์ไทย เทียบชั้นตลาดโลก ซึ่งหากผ่านการอนุมัติ ก็อาจเป็นอีกปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุน TGE ทั้งในด้านโอกาสสร้างรายได้เพิ่ม รวมถึงเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ในระยะยาว
อนาคต TGE กับโอกาสเติบโตระยะยาว
ปัจจุบันพลังงานหมุนเวียนยังเป็นเทรนด์ที่เติบโตต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเขียวมากขึ้น ขณะเดียวกันความต้องการใช้ไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเมือง ภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่ง TGE ถือว่าอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากเทรนด์นี้ เพราะบริษัทฯ ทำธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานสะอาด การจัดการขยะ และเศรษฐกิจหมุนเวียน จึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกในระยะยาว