รายงานพิเศษ : TPS ต่อยอดธุรกิจแห่งอนาคต ใช้ AI –ขยายฐาน Smart Health เพิ่มศักยภาพทำกำไรหนุนผลงานระยะยาว

TPS เดินหน้าสร้างการเติบโตต่อเนื่อง หลังตุนงานในมือระดับสูง รองรับการรับรู้รายได้ช่วงไตรมาส 2 พร้อมรุกธุรกิจใหม่ผ่านเทคโนโลยี AI และ Smart Health เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำกำไรและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในระยะยาว
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขยายตัวต่อเนื่อง บมจ.เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น หรือ TPS กำลังถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2/2569 ที่บริษัทเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจใหม่เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
นายบุญสม กิจเกษตรสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPS ระบุแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2/2569 ยังมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่า 1,933 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาสนี้เป็นต้นไป ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนรายได้และผลประกอบการของบริษัทในช่วงที่เหลือของปี
นอกจากนี้ TPS และกลุ่มบริษัทย่อยยังเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในภาครัฐและเอกชน ซึ่งยังมีโครงการด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลทยอยเปิดประมูลอีกจำนวนมาก สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น
จุดแข็งสำคัญของ TPS คือ การมีฐานธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบดิจิทัลที่ครอบคลุมทั้งงานโครงสร้างพื้นฐาน ระบบความปลอดภัยไซเบอร์ และบริการด้านเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการลงทุนขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่ให้ความสำคัญกับ Digital Transformation
ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังเร่งต่อยอดธุรกิจใหม่ผ่านการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน โดยเฉพาะในส่วน Back Office และงานบริการ เพื่อช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการดำเนินงาน รวมถึงช่วยบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การนำ AI มาใช้ ยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ TPS ในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันและสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคที่องค์กรต่างๆ ต้องการโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และการควบคุมต้นทุน
นอกจากธุรกิจหลักด้านเทคโนโลยีแล้ว TPS ยังเดินหน้าขยายโอกาสใหม่ผ่านธุรกิจ Smart Health ซึ่งเริ่มนำเสนอโซลูชันให้กับกลุ่มโรงพยาบาลและสถานพยาบาลที่สนใจ เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ประจำในอนาคต และต่อยอดสู่ตลาดสุขภาพดิจิทัลที่มีแนวโน้มเติบโตสูง
ซึ่งธุรกิจ Smart Health ถือเป็นหนึ่งใน New S-Curve ที่บริษัทให้ความสำคัญ เนื่องจากสอดคล้องกับแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีในระบบสาธารณสุข และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะทำให้ความต้องการด้านระบบสุขภาพอัจฉริยะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
TPS ยังมั่นใจว่า รายได้ปี 2569 จะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย 15-20% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากทั้งการทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog เดิม การขยายงานใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านเทคโนโลยี AI
ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้น TPS กำลังแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเชิงรุก ทั้งในด้านการสร้างฐานรายได้ใหม่ การพัฒนาโซลูชันด้าน AI และการต่อยอดธุรกิจ Smart Health ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและผลักดันการเติบโตของบริษัทในระยะยาว