จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SFLEX ชูจุดเด่นบริหารต้นทุน มาร์จิ้นพุ่งสูงสุดรอบ 6 ไตรมาส เดินหน้า Co-development ปั้นนวัตกรรม


22 พฤษภาคม 2569

SFLEX ชูจุดเด่นบริหารต้นทุน รายงานพิเศษ_S2T (เว็_.jpg

แม้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนขนส่งและผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง แต่ บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) ยังโชว์ความแข็งแกร่งในการบริหารต้นทุน ดันอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส เดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์และความร่วมมือกับพันธมิตร ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจระยะยาว

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงาน และค่าขนส่งที่กลับมาเร่งตัวอีกครั้งจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลายอุตสาหกรรมเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ต้องอาศัยวัตถุดิบและระบบโลจิสติกส์เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงาน

แต่ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของ บมจ.สตาร์เฟล็กซ์  (SFLEX) กลับสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการ“ประคองธุรกิจ” และบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้กำไรสุทธิจะอ่อนตัวลง ทั้งการเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับแข็งแกร่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา

ซึ่งบทวิเคราะห์ของบล.ฟินันเซีย ระบุว่า กำไรของ SFLEX ในไตรมาสแรกยังสามารถยืนอยู่ในระดับประมาณ 60-65 ล้านบาท ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ท่ามกลางช่วง Low Season ของธุรกิจ รวมถึงแรงกดดันจากต้นทุนค่าขนส่งที่เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

สิ่งที่น่าสนใจ คือ แม้รายได้รวมจะทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 490.8 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยทั้ง q-q และ y-y แต่บริษัทกลับสามารถผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นมาอยู่ที่ 25.8% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส จากเดิมที่เคยเคลื่อนไหวในกรอบ 23.7-24.5%

สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนของ SFLEX โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งทั่วโลกยังมีความผันผวนสูง ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงผลประกอบการของบริษัทให้ยังคงแข็งแกร่ง

แม้แนวโน้มในไตรมาส 2/2569 จะเริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์สงคราม แต่ฝ่ายวิเคราะห์ยังเชื่อว่า SFLEX มีศักยภาพในการปรับขึ้นราคาสินค้า เพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะต่อไป

บล.ฟินันเซีย จึงยังคงประมาณการผลประกอบการและราคาเป้าหมายไว้ที่ 3.70 บาท อิงค่า P/E ปี 2569 ที่ระดับ 12 เท่า สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อศักยภาพธุรกิจในระยะยาว

ในมุมของการดำเนินธุรกิจระยะยาว ดร.สมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SFLEX ระบุว่า บริษัทจะมุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ พร้อมยกระดับจุดเด่นด้านคุณภาพสินค้าและมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญ คือการทำงานร่วมกับพันธมิตรในรูปแบบ Co-development เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังกลายเป็นเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรมทั่วโลก

แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า แต่ยังเปิดโอกาสให้ SFLEX สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ได้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว  

บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตแตะระดับ 2,200 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ แม้เศรษฐกิจโลกจะยังมีความไม่แน่นอนอยู่ก็ตาม

ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนและเศรษฐกิจที่ยังผันผวน SFLEX อาจไม่ใช่หุ้นที่เติบโตร้อนแรงในระยะสั้น แต่จุดแข็งด้านการบริหารต้นทุน ความสามารถในการรักษาอัตรากำไร รวมถึงการเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและธุรกิจอย่างต่อเนื่อง กำลังสะท้อนภาพของบริษัทที่มี “ฐานธุรกิจแข็งแรง” และพร้อมเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว