รายงานพิเศษ : IND จับจังหวะเศรษฐกิจขาขึ้น รัฐเร่งลงทุน-เอกชนขยายตัว หนุนดีมานด์งานวิศวกรรมพุ่ง

ตัวเลขการลงทุนรวมที่เติบโตสูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนครั้งใหญ่ และสำหรับ บมจ.อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (IND) คือโอกาสสำคัญในการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยกำลังมองหาเครื่องยนต์ใหม่เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต “การลงทุน” ได้กลับมาเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานและกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
ยืนยันได้จาก มุมมองของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ระบุ เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกปี 2569 ได้รับแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนรวมที่ขยายตัวถึง 9.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส โดยการลงทุนภาคเอกชนเติบโต 10.1% สูงสุดในรอบ 11 ปี ขณะที่การลงทุนภาครัฐขยายตัว 9.4% หลังรัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและผลักดันโครงการลงทุนใหม่อย่างต่อเนื่อง
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า นโยบายเร่งลงทุนของภาครัฐกำลังเริ่มส่งผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงช่วยเพิ่มการจ้างงานและการใช้จ่ายในระบบ แต่ยังสร้างความต้องการต่อเนื่องในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ วางแผน และควบคุมโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทั่วประเทศ
หนึ่งในบริษัทที่อยู่ในตำแหน่งได้ประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มดังกล่าวคือ บมจ.อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (IND) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมระดับแนวหน้าของไทย ซึ่งมีประสบการณ์ในการให้บริการที่ปรึกษา ครอบคลุมงานโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค อาคารขนาดใหญ่ และโครงการของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจจำนวนมาก
ดร.พรลภัส ณ ลำพูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IND ระบุในปี 2569 บริษัทเดินหน้าเข้าร่วมประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของงานในมือ (Backlog) ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 1,942.16 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และเพียงพอที่จะรองรับการรับรู้รายได้ในระยะต่อไป
ส่วน Backlog ระดับเกือบ 2 พันล้านบาท ถือเป็นฐานรายได้ที่สำคัญ ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับผลประกอบการ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อศักยภาพของบริษัท ในการบริหารโครงการที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมในระดับสูง
ขณะที่ ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ยืนยันถึงความแข็งแกร่งดังกล่าว โดย IND มีกำไรสุทธิ 6.31 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 228.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงสนับสนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ การส่งมอบงานได้ตามแผน และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ตัวเลขกำไรอาจไม่ได้หวือหวา แต่สิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญคือแนวโน้มการเติบโตในระยะถัดไป ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนอย่างชัดเจนจากการเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นระบบคมนาคม ระบบขนส่งมวลชน สนามบิน พลังงาน และสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ล้วนต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
สำหรับ IND ซึ่งมีองค์ความรู้และประสบการณ์ในงานที่มีความซับซ้อนสูง จึงอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมต่อยอดโอกาสจากเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่ที่กำลังเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย
ดร.พรลภัสประเมินว่า แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2 ปี 2569 จะยังคงขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ตามทิศทางของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน จากการที่ภาครัฐเร่งขับเคลื่อนโครงการเมกะโปรเจกต์และงบลงทุนใหม่ ๆ ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทเข้ารับงานเพิ่มเติมและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว
หากมองในภาพใหญ่ การลงทุนภาครัฐและรัฐวิสาหกิจไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และในทุกโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ความสำเร็จล้วนเริ่มต้นจากการวางแผนและออกแบบทางวิศวกรรมที่มีคุณภาพ
จึงทำให้ IND มีบทบาทมากกว่าผู้ให้บริการที่ปรึกษา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต