จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : BKGI รุกธุรกิจสุขภาพแห่งอนาคต จีโนมิกส์ช่วยคนไทยอายุยืนอย่างมีคุณภาพ วางเป้ารายได้ปี 69 โต 20-30%


21 พฤษภาคม 2569

BKGI รุกธุรกิจสุขภาพแห่งอนาคต_S2T (เว็บ)_0.jpg

ในยุคที่อายุยืนขึ้นแต่โรคซับซ้อนมากขึ้น เทคโนโลยีจีโนมิกส์กำลังเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน บมจ.แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น (BKGI) เดินหน้าขยายแพลตฟอร์มตรวจพันธุกรรมครบวงจร รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั้งภาครัฐและเอกชน

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับความท้าทายด้านสาธารณสุขที่ซับซ้อนขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็นโรคอัลไซเมอร์ มะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคเรื้อรังต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยการดูแลระยะยาวและใช้งบประมาณมหาศาล

โจทย์สำคัญของระบบสุขภาพในยุคนี้จึงไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเกิดโรคแล้ว แต่คือการค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนป้องกันได้อย่างแม่นยำ และนี่คือเหตุผลที่เทคโนโลยี “จีโนมิกส์” หรือการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรม กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการแพทย์ยุคใหม่

เพราะใน DNA ของแต่ละคน ซ่อนข้อมูลสำคัญที่สามารถบอกแนวโน้มความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ได้ล่วงหน้า ตั้งแต่โรคทางพันธุกรรมในเด็ก ไปจนถึงโรคที่พบมากในผู้สูงอายุอย่างอัลไซเมอร์และมะเร็ง การรู้ข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้แพทย์สามารถออกแบบการรักษาและการป้องกันได้อย่างตรงจุด เกิดเป็นแนวคิด “Precision Medicine” หรือการแพทย์แม่นยำเฉพาะบุคคล ซึ่งกำลังเปลี่ยนโฉมระบบสาธารณสุขทั่วโลก

หนึ่งในบริษัทไทยที่อยู่ในแนวหน้าของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ บมจ.แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น (BKGI)  ผู้ให้บริการด้านจีโนมิกส์ครบวงจร ที่นำเทคโนโลยีการตรวจพันธุกรรมมาประยุกต์ใช้กับการดูแลสุขภาพของคนไทยในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ การคัดกรองทารกในครรภ์ การตรวจโรคทางพันธุกรรมในเด็ก ไปจนถึงการประเมินความเสี่ยงโรคสำคัญในวัยผู้สูงอายุ

ดร.เสาวลักษณ์ ด่านสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BKGI ระบุถึงแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทเดินหน้าขยายแพลตฟอร์มตรวจพันธุกรรมและโซลูชันด้านจีโนมิกส์ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการครบวงจรแก่โรงพยาบาล หน่วยงานด้านสุขภาพ และองค์กรภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าปรับโครงสร้างรายได้ให้ธุรกิจแพลตฟอร์มและโซลูชันเพิ่มขึ้นเป็น 40% ขณะที่รายได้จากบริการจะอยู่ที่ 60%

ซึ่งนอกจากรายได้จากการจำหน่ายและติดตั้งเครื่องมือแล้ว ยังสร้างรายได้ประจำจากการขายน้ำยาและวัสดุสิ้นเปลืองที่ต้องใช้ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นลักษณะของ Recurring Income ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของผลประกอบการในระยะยาว

นอกจากนี้ BKGI ยังได้เตรียมงบลงทุนราว 40 ล้านบาท เพื่อขยายแพลตฟอร์มเทคโนโลยี รองรับการตรวจวินิจฉัยทางพันธุกรรม การคัดกรองโรค และงานวิจัยจีโนมิกส์ขั้นสูง ครอบคลุมทั้งภาคสาธารณสุข การแพทย์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ พร้อมต่อยอดบริการใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและการชะลอวัย เช่น การตรวจ Biological Age ซึ่งช่วยประเมินอายุทางชีวภาพของร่างกาย และการประเมินความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มผู้สูงอายุและครอบครัว

ขณะที่จุดแข็งสำคัญของ BKGI คือความสามารถในการให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่การวางแผนครอบครัวจนถึงการดูแลผู้สูงอายุ ทำให้บริษัทมีฐานลูกค้าที่ต่อเนื่องและสามารถขยายบริการเพิ่มเติมได้ตลอดเส้นทางชีวิตของผู้รับบริการ ขณะเดียวกันยังมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดตั้งและบริหารห้องปฏิบัติการ DNA พร้อมการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก BGI Group ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานและเพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

แรงสนับสนุนอีกด้านมาจากนโยบายภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับการแพทย์จีโนมิกส์มากขึ้น รวมถึงความร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ ทำให้ BKGI มีโอกาสขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ และตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 20-30% จากปีก่อน

ศักยภาพดังกล่าวเริ่มสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งบริษัทมีกำไรสุทธิ 31.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 285.08% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 153.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.07% ถือเป็นการเติบโตที่โดดเด่นและแสดงให้เห็นว่าธุรกิจเทคโนโลยีสุขภาพกำลังเข้าสู่ช่วงขยายตัวอย่างเต็มรูปแบบ

BKGI จึงเป็นอีกหนึ่งหุ้นเทคโนโลยีสุขภาพที่น่าจับตาอย่างยิ่งในระยะยาว เพราะการเติบโตของบริษัทไม่ได้อิงเพียงวัฏจักรเศรษฐกิจ แต่ขับเคลื่อนด้วยเมกะเทรนด์ระดับโลก ทั้งสังคมสูงวัย การแพทย์แม่นยำ และความต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งกำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมสุขภาพไปอย่างสิ้นเชิง