รายงานพิเศษ : DMT เด่นทั้งกำไรและปันผล ธุรกิจมั่นคงไร้หนี้Dividend Yield แตะ 8.1% รับ Upside จากมอเตอร์เวย์ใหม่

ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง (DMT) ยังคงเป็นหุ้นโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะกับการลงทุนระยะยาว ขณะที่โครงการใหม่ของรัฐบาล อย่าง M5, M9 และ M82 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยต่ออายุการเติบโตของบริษัทในอนาคต
ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน นักลงทุนจำนวนมากยังคงมองหาหุ้นที่มีรายได้มั่นคง กระแสเงินสดแข็งแรง และสามารถจ่ายเงินปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในหุ้นที่ตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจนคือ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง (DMT) ซึ่งดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน และมีคุณสมบัติเด่นทั้งด้านความสามารถในการทำกำไรและการจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น
สะท้อนจากบทวิเคราะห์ล่าสุดจาก บล.ทิสโก้ ที่ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของ DMT แข็งแกร่งในทุกมิติ รายได้ค่าผ่านทางอยู่ที่ 671 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับปริมาณจราจรเฉลี่ยที่ขยับขึ้น 2.7% และอัตราค่าผ่านทางเฉลี่ยที่เพิ่มเป็น 67.7 บาทต่อเที่ยว
สิ่งที่สะท้อนประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน คือความสามารถในการควบคุมต้นทุน โดยต้นทุนค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นเพียง 1.4% อยู่ที่ 262 ล้านบาท ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 4.2% แตะ 410 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 60.1%
ในระดับกระแสเงินสด บริษัทมี EBITDA อยู่ที่ 549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% จากปีก่อน คิดเป็น EBITDA Margin สูงถึง 80.3% ซึ่งถือเป็นระดับที่โดดเด่นมากเมื่อเทียบกับบริษัทจดทะเบียนทั่วไป และสะท้อนถึงคุณภาพของธุรกิจสัมปทานที่มีต้นทุนคงที่ต่ำและสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ
อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้ DMT แตกต่างจากหลายบริษัท คือฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยบริษัทไม่มีภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ย ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินแทบเป็นศูนย์ และกำไรสุทธิสามารถสะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างเต็มที่ โดยกำไรต่อหุ้นในไตรมาสแรกอยู่ที่ 0.24 บาท
ทั้งนี้ปัจจัยพื้นฐานของ DMT ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเดินทางผ่านสนามบินดอนเมือง โดยข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าในช่วงวันที่ 1 ม.ค.ถึง 3 พ.ค. 69 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 11.97 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 584,409 ล้านบาท
การฟื้นตัวดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อปริมาณรถที่ใช้ทางยกระดับดอนเมือง ซึ่งเป็นเส้นทางหลักสู่สนามบินดอนเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้ DMT ยังคงได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการเดินทางที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว
บล.ทิสโก้ ยังคาดว่ารายได้ปี 2569 ของ DMT จะอยู่ที่ 2,710 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิคาดอยู่ที่ 1,087 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% โดยอิงปริมาณจราจรเฉลี่ย 109,269 คันต่อวัน เพิ่มขึ้น 2.3% และกำไรต่อหุ้นทั้งปีที่ 1.33 บาท
เมื่อเทียบกับราคาหุ้นในปัจจุบัน DMT ซื้อขายที่อัตราส่วน P/E เพียง 8.3 เท่า ซึ่งถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับคุณภาพธุรกิจที่มีความมั่นคงสูง และยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 8.1% ต่อปี ภายใต้นโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิ ดังนั้นสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้น Defensive ที่ให้กระแสเงินสดสม่ำเสมอ DMT จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่นอย่างมาก เพราะมีรายได้ประจำจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจ พร้อมทั้งมีโอกาสเติบโตจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการเดินทาง
นอกจากนี้ บริษัทยังมี Upside สำคัญจากการเข้าร่วมประมูลโครงการมอเตอร์เวย์ใหม่ ได้แก่ M5, M9 และ M82 หากได้รับคัดเลือก จะช่วยสร้างแหล่งรายได้ใหม่และรองรับการสิ้นสุดสัมปทานปัจจุบันในปี 2577 ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกเชิงกลยุทธ์ในระยะกลางถึงระยะยาว
แม้ยังมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง อาจส่งผลต่อการเดินทางและการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งหลังของปี รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แต่ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ธุรกิจที่มีความจำเป็นสูง และโอกาสขยายสัมปทานใหม่ DMT ยังคงเป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจสำหรับการลงทุน
บล.ทิสโก้ จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายที่ 13.10 บาท อิงวิธี DCF ภายใต้ WACC ที่ 8.9% สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อศักยภาพของบริษัทในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง ทั้งในรูปของกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและเงินปันผลในระดับสูงสม่ำเสมอในระยะยาว