จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : TACC กำไรนิวไฮไม่หยุด หุ้นคุณภาพที่พร้อมสร้าง New S-Curve - ผลตอบแทนระยะยาว


11 พฤษภาคม 2569

TACC กำไรนิวไฮไม่หยุด รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

TACC เปิดปี 2569 อย่างโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิไตรมาสแรกทำสถิติสูงสุดใหม่เกือบ 100 ล้านบาท เติบโตถึง 36% จากปีก่อน อานิสงส์ยอดขายในร้าน 7-Eleven ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ผสานกับความแข็งแกร่งในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ 7-Eleven การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และแผนต่อยอดธุรกิจผ่าน M&A และ JV ทำให้ TACC เป็นหุ้นขนาดกลางที่มีศักยภาพเติบโตและน่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาว

บมจ.ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ หรือ TACC ยังคงตอกย้ำสถานะการเป็นหนึ่งในหุ้นขนาดกลางที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หลังผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ออกมาแข็งแกร่ง โดยทำกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 99.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 638.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.50% สะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแรงทั้งด้านรายได้และความสามารถในการทำกำไร

แรงขับเคลื่อนสำคัญของ TACC มาจากความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ซึ่งถือเป็นช่องทางจำหน่ายที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศและเข้าถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้าง ในฐานะ Key Strategic Partner 

อีกปัจจัยที่หนุนการเติบโตอย่างโดดเด่น คือกระแสความนิยมของชาไทยและชาเขียวที่ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภคทุกกลุ่ม ประกอบกับการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้น และการออกสินค้าใหม่ร่วมกับ 7-Eleven และลูกค้ารายอื่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ TACC สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ

สิ่งที่ทำให้ผลประกอบการของ TACC น่าสนใจยิ่งขึ้น คือความสามารถในการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนวัตถุดิบจะมีความผันผวน แต่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงถึง 32% ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการและอำนาจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตในระดับ Double Digit หรือไม่น้อยกว่า 10% โดยยังมี 7-Eleven เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้ พร้อมเดินหน้าพัฒนาเมนูใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงขยายโอกาสไปยังร้าน 7-Eleven ในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

ขณะเดียวกัน TACC ยังเร่งขยายธุรกิจในกลุ่ม Non-7-Eleven ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจคาเฟ่ การเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการแสวงหาโอกาสในการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุน (JV) เพื่อสร้าง New S-Curve ใหม่และลดการพึ่งพารายได้จากช่องทางเดิม

กลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ไม่เพียงมุ่งเน้นการเติบโตในระยะสั้น แต่ยังวางรากฐานเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG การใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ และการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย ได้ปรับคำแนะนำหุ้น TACC กลับมาเป็น “ซื้อ” อีกครั้ง หลังราคาหุ้นปรับฐานจนมีส่วนต่างจากมูลค่าเหมาะสมที่ 6.60 บาท คิดเป็นอัพไซด์มากกว่า 21% พร้อมมองว่าผลประกอบการไตรมาสแรกที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ เป็นสัญญาณชัดเจนว่าธุรกิจยังอยู่ในช่วงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง

แนวโน้มในไตรมาส 2/2569 คาดว่ายังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องจากจำนวนสาขาของ 7-Eleven และกาแฟพันธุ์ไทยที่เพิ่มขึ้น แม้ต้องติดตามต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่อาจสูงขึ้น แต่ด้วยความสามารถในการบริหารต้นทุนที่พิสูจน์แล้ว ทำให้บริษัทมีศักยภาพในการรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น TACC จึงยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นขนาดกลางที่มีศักยภาพเติบโตโดดเด่น และเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีวิสัยทัศน์การเติบโตที่ชัดเจนในระยะยาว