สัมภาษณ์พิเศษ : EURO ยืนแกร่งท่ามกลางวิกฤตโลก Demand กลุ่มบนยังเหนียวแน่น ขยายฐานลูกค้า-ต่อยอดพันธมิตร ดันรายได้

สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ผลจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลยอดขายและการทำตลาดของ บมจ.ยูโร ครีเอชั่นส์ (EURO) ในฐานะตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์สำหรับการตกแต่ง และอุปกรณ์ฟิตเนส จากแบรนด์ชั้นนำระดับลักชัวรี หรือไม่ ไปติดตามมุมมองนี้กับ นายเควิน กัมบีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ความรุนแรงในตะวันออกกลางมีผลกระทบหรือไม่
ผลกระทบก็มีบ้างแต่ไม่มาก เพราะหากพิจารณาผลกระทบต่อค่าขนส่งทางอากาศและทางเรือ : สงครามในพื้นที่สำคัญ (เช่น บริเวณเยเมน) ส่งผลให้ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ ซึ่งบริษัทได้เลือกใช้เส้นทางที่อ้อมไปทางแอฟริกามาหลายปีแล้ว ทำให้ต้นทุนการส่งทางเรือไม่ได้ปรับสูงขึ้นมากนัก แต่ในทางกลับกัน ค่าขนส่งทางอากาศ (Air Freight) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
ส่วนผลกระทบต่อต้นทุนโดยรวมของสินค้า เนื่องจากสินค้าแบรนด์เนมเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง (High Value) การเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งจึงส่งผลกระทบต่อภาพรวมของต้นทุนไม่มากนัก เมื่อเทียบกับสัดส่วนราคาสินค้าและสำหรับผลกระทบต่อกำไร แม้ผลกระทบต่อต้นทุนจะยังไม่มากในขณะนี้ แต่หากสถานการณ์สงครามและการเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งลากยาวออกไป อาจเริ่มมีผลกระทบต่อกำไร (Margin) ของธุรกิจได้
ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อการปรับราคาสินค้าหรือไม่
ต้องยอมรับว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา แบรนด์หรูเกือบทุกแบรนด์ได้มีการปรับราคาสินค้าขึ้นมาเยอะมากอยู่ก่อนแล้ว ทำให้ปัจจุบันหลายแบรนด์พยายามที่จะไม่ปรับขึ้นราคา เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด และเพื่อไม่ให้กระทบต่อความต้องการซื้อในตลาด
การขยายตลาดไปจังหวัดภูเก็ต
จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีลักษณะพิเศษคือ มีระบบนิเวศของตัวเอง กลุ่มลูกค้าที่นั่นไม่ใช่แค่มาเที่ยว แต่เป็นกลุ่มที่ใช้ชีวิตและซื้อของที่นั่นเลย ซึ่งต่างจากเศรษฐีในจังหวัดอื่น ๆ (เช่น อุดรธานี หรืออุบลราชธานี) ที่มักจะมีบ้านในกรุงเทพฯ และเลือกที่จะเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าแบรนด์เนมในกรุงเทพฯ เป็นหลัก
นอกจากนี้ตลาดลักชัวรีในภูเก็ตก็มีขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูงมากเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นที่ตลาดอาจจะ "เล็กเกินไป" จนไม่คุ้มค่ากับการลงทุนสร้างหน้าร้านถาวร ทำให้การจะสร้างโชว์รูมสินค้าลักชัวรีให้ได้อารมณ์และมาตรฐานที่แบรนด์ต้องการนั้นต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก (เช่น การออกบูธหรือทำโชว์รูมอาจใช้เงินหลักหลายสิบล้าน) ซึ่งภูเก็ตมีศักยภาพเพียงพอที่แบรนด์จะไปปักหมุดดำเนินธุรกิจ
ผลงานปีนี้เป็นอย่างไร
ตั้งแต่ต้นปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 10.00-15.00% จากปีก่อน ซึ่งปัจจุบันแม้จะมีปัจจัยท้าทายที่ไม่คาดคิด แต่ยังมั่นใจว่าจะทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของบริษัทที่เป็นกลุ่มที่ยังมีกำลังซื้อ
ขณะเดียวกันบริษัทเดินหน้ากลยุทธ์จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เพื่อนำเสนอบริการสุดพรีเมียมให้กับลูกค้า เช่น บมจ.แสนสิริ (SIRI), บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC), บมจ. เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (MJD) และบริษัท ซิตี้ เรียลตี้ จำกัด (City Realty Co., Ltd เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
จุดมุ่งหมายการเข้าร่วมงานสถาปนิก’69
เป็นครั้งแรกของบมจ.EUROที่เข้าร่วมงาน การเข้าร่วมงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
1.ให้คนที่เข้าร่วมงานได้เห็นชิ้นงานระดับโลก เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คนเข้าร่วมงาน
2.ด้านธุรกิจ หวังว่าจะมีทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่บริษัทยังเข้าไม่ถึง เช่น กลุ่มผู้พัฒนาโครงการรายย่อย ที่ไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่ยังไม่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป